ยุทธนาวีเกาะช้าง วีรกรรมทหารเรือไทย
สยามประเทศ (ไทย) กับ ฝรั่งเศส ได้เกิดกรณีพิพาทในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๘๒ ขณะที่ฝรั่งเศสประกาศสงครามกับเยอรมัน
ฝรั่งเศสขอให้รัฐบาลไทยทำสัญญาไม่รุกรานทางแหลมอินโดจีน
รัฐบาลไทยได้ตอบฝรั่งเศสไปว่า ”ไทยยินดีจะรับตกลงตามคำของฝรั่งเศส แต่ขอให้ฝรั่งเศสทำข้อตกลงบางประการ
คือ ให้ฝรั่งเศสปรับปรุงเส้นแบ่งเขตแดน ให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
และหลักความยุติธรรม และให้ ฝรั่งเศสคืนดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงที่ฝรั่งเศสยึดไปคืนให้ไทย”
เป็นต้น การตกลงปรากฏว่าไม่สามารถตกลงกันได้ ประชาชนชาวสยามได้เดินขบวนแสดงประชามติเรียกร้องดินแดนที่เสียไปคืน
จึงเกิดเหตุพิพาทขึ้น เริ่มลุกขึ้นตามชายแดนเป็นแห่ง ๆ และยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
จนถึงขั้นใช้กำลังทหารเข้าทำการสู้รบกัน ทั้งกำลังทางบก เรือ และอากาศ
สำหรับทางเรือได้มีการรบกันบริเวณด้านใต้ของเกาะช้าง ระหว่างกำลังทางเรือของไทย
และของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ จนเรียกขานว่า “ยุทธนาวีที่เกาะช้าง”
![]() |
| เรือรบหลวงธนบุรี |
![]() |
| เรือลามอตต์ปิเกต์ |
การรบครั้งนั้นฝรั่งเศสได้ส่งกำลังทางเรือส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในอินโดจีน
ในบังคับบัญชาของ นาวาเอก เบรังเยร์ อันมีเรือลาดตระเวน ลามอตต์ปิเกต์ เป็นเรือธง
พร้อมด้วยเรือสลุป ๒ ลำ เรือปืน ๔ ลำ เรือสินค้าขนาดใหญ่ติดอาวุธ ๑ ลำ
และเรือดำน้ำอีก ๑ ลำ รวมทั้งสิ้น ๙ ลำ เข้ามาในน่านน้ำไทยทางด้านเกาะช้าง
ด้วยความมุ่งหมายที่จะระดมยิงหัวเมืองชายทะเล ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย ในเช้าวันที่
๑๗ มกราคม กำลังทางเรือของฝรั่งเศสได้อาศัยความมืด และความเร็วรุกล้ำเข้ามาทางด้านใต้เกาะช้าง
มีจำนวนเรือด้วยกันทั้งหมด ๗ ลำ คือ เรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์, เรือสลุป ๒ ลำ} และเรือปืน ๔ ลำ
ส่วนกำลังเรือฝ่ายไทยที่เข้าทำการรบมี ๓ ลำ คือ เรือหลวงธนบุรี จอดอยู่ที่บริเวณเกาะลิ่ม
ส่วนเรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรี จอดอยู่ที่อ่าวสลักเพชร เมื่อเปรียบเทียบกำลังรบของทั้งสองฝ่าย
จะเห็นได้ว่าเราได้เข้าทำการต่อสู้กับข้าศึกที่มีทั้งจำนวนเรือมากกว่า ระวางขับน้ำมากกว่า
จำนวนปืนหนักและปืนเบามากกว่า รวมถึงจำนวนทหารประจำเรือก็มากกว่า

การรบระหว่างเรือหลวงธนบุรีกับเรือลามอตต์ปิเกต์
ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากได้มีการปะทะกันระหว่างเรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรีกับเรือรบฝรั่งเศสแล้ว
คือในตอนเช้าตรู่ของวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ ขณะที่ทหารเรือหลวงธนบุรี กำลังฝึกหัดกำลังพลตามปกติอยู่นั้น
ยามสะพานเดินเรือ ได้เห็นเครื่องบินข้าศึก ๑ เครื่อง
บินมาทางเกาะกูดผ่านเกาะกระดาษมาตรงหัวเรือ ทางเรือจึงได้ประกาศประจำสถานีรบแต่ยังมิได้ทำการยิง
เนื่องจากว่าเครื่องบินข้าศึกได้บินเลี้ยวไปทางเกาะง่าม ตรงบริเวณที่เรือตอร์ปิโด ทั้ง
๒ ลำ จอด และทันใดนั้นทหารทุกคนก็ได้ยินเสียงปืนจากเรือตอร์ปิโดทั้งสองลำนั้น คือ เรือหลวงสงขลาและเรือหลวงชลบุรี
ทำการยิงสกัดกั้นเครื่องบินข้าศึก และต่อมายามสะพานเดินเรือ
ได้รายงานว่าเห็นเรือข้าศึกทางใต้เกาะช้าง โดยที่ยามมองตรงช่องระหว่างเกาะช้างกับเกาะไม้ซี้ใหญ่
เรือที่ยามเห็นนี้คือเรือลามอตต์ปิเกต์ ซึ่งกำลังระดมยิงเรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรี
อยู่นั่นเอง ประมาณ เวลา ๐๖๔๐ ขณะที่เรือหลวงธนบุรี ได้ตั้งลำพร้อม เรือลามอตต์ปิเกต์ก็โผล่จากเกาะไม้ซี้ใหญ่
และเป็นฝ่ายเริ่มยิงเราก่อนทันที เรือหลวงธนบุรีได้เริ่มยิงตับแรกด้วยป้อมหัว
และป้อมท้ายโดย ตั้งระยะ ๑๓,๐๐๐ เมตร
ทันใดนั้นเองกระสุนตับที่ ๔ ของเรือลามอตต์ปิเกต์ มีนัดหนึ่งเจาะทะลุผ่าห้องโถงนายพล
และชอนระเบิดทะลุพื้นหอรบขึ้นมาเป็นเหตุให้ น.ท.หลวงพร้อมวีรพันธุ์
และทหารในหอรบอีกหลายนายต้องเสียชีวิตในทันที ยังมีอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บสาหัส
เนื่องจากถูกสะเก็ดระเบิด และถูกไฟลวกตามหน้าและตามตัว
กระสุนนัดนี้เองได้ทำลายเครื่องติดต่อสั่งการไปยังปืน และเครื่องถือท้ายเรือ
เรือซึ่งกำลังเดินหน้าด้วยความเร็ว ๑๔ นอต ต้องหมุนซ้ายเป็นวงกลมอยู่ถึง ๔ รอบ ในขณะนี้เอง
เรือลามอตต์ปิเกต์ได้ระดมยิงเรือหลวงธนบุรี อย่างหนาแน่น ปืนป้อมทั้งสองของเรือหลวงธนบุรีต้องทำการยิงอิสระ
โดยอาศัยศูนย์ข้างและศูนย์ระยะที่หอกลาง ปรากฏว่าเรือลามอตต์ปิเกต์ได้ถูกกระสุนปืนจากเรือหลวงธนบุรี
เช่นกัน โดยมีแสงไฟจากเปลวระเบิด และควันเพลิงพุ่งขึ้นบริเวณตอนกลางลำเรือ จำต้องล่าถอยโดยมารวมกำลัง
กับหมู่เรือฝรั่งเศสอีก ๔ ลำ ทางตะวันตกของเกาะเหลายาใน และแล่นหนีไปในที่สุด
เรือหลวงช้างได้เข้าช่วยดับไฟ และจูงเรือธนบุรีไปจนถึงหน้าแหลมงอบ เพื่อเกยตื้น
และต้นเรือได้สั่งสละเรือใหญ่ เมื่อเวลา ๑๑.๐๐ ต่อมา
ประมาณเวลา ๑๖.๔๐ กราบเรือทางขวาก็เริ่มตะแคงเอนลงมากขึ้นตามลำดับ
เสาทั้งสองเอนลงน้ำ กราบซ้ายและกระดูกงูกันโครงโผล่อยู่พ้นน้ำ ในการรบครั้งนี้ ทางฝ่ายเราได้เสียชีวิตเป็นชาติพลี รวมทั้งสิ้น ๓๖ นาย
เป็นนายทหาร ๒ นาย พันจ่า จ่า พลทหาร และพลเรือ ๓๔ นาย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นทหารประจำเรือหลวงธนบุรี
๒๐ นาย เรือหลวงสงขลา ๑๔ นาย และเรือหลวงชลบุรี ๒ นาย
การรบทางเรือที่เกาะช้างในครั้งนี้ แม้จะไม่จัดว่าเป็นการยุทธ์ใหญ่ก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นการรบทางเรือตามแบบอย่างยุทธวิธีสมัยใหม่
จึงนับเป็นเกียรติประวัติอันน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ซึ่งจะบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทย
และทหารเรือสืบไป จังหวัดตราดจึงได้กำหนดจัดงาน
วันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ในวันที่ ๑๗ – ๒๑
มกราคม ของทุกปี ณ บริเวณอนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง
โดยในงานจะมีพิธีอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชน การวางพานพุ่มสักการะพระบรมรูปฯ. กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และพิธีลอยพวงมาลา ประกาศสดุดีบริเวณเกาะลิ่ม
นอกจากนี้ในปีนี้จัดให้มี การแสดงประกอบแสงเสียงในวันที่ ๑๗ – ๑๙ เป็นเวลา 3 วัน เพื่อประกาศ
เชิดฃูเกียรติวีรกรรมอันหาญกล้าของนักรบผู้กล้าทหารเรือไทย ในการปกปักรักษาแผ่นดิน
ผืนน้ำ ของไทยให้คงอยู่สืบไป นอกจากนี้ยังมีการแสดงประกอบแสงเสียงเพื่อรำลึกถึงวีรกรรม
ใช้ชื่อเรื่องว่า “๗๑ ปี รฤกผู้กล้า....ยุทธนาวี ที่เกาะช้าง” แบ่งการแสดงออกเป็น ๘
องค์ด้วยกันคือ
องค์ที่ ๑
เสด็จพ่อ ร. ๕ สถิตฟ้า
เนื้อหาจะกล่าวถึงการคืนความเป็นไทยให้แผ่นดินตราด
องค์ที่ ๒
สานสัญญา ร่วมปกปัก ด้วยศักดิ์ศรี
จะกล่าวถึงพระราชภาระกิจของเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ที่พระองทรงมีต่อทหารเรือ และความมุ่งมั่นในการรักษาผืนแผ่นดินของสยามประเทศ
องค์ที่ ๓ ความเป็นไทย ถูกคุกคาม ตามราวี
เป็นการเล่าถึงการเริ่มเกิดสงคราม และยุทธนาวีที่เกาะช้าง
องค์ที่ ๔ สยามนี้ คือชีวิต จิตวิญญาณ
บรรยายถึงความรู้ศึกเสียเปรียบต่อข้าศึก แต่ด้วยความรักต่อประเทศชาติ
บวกกับความกล้าหาญของลูกราชนาวีไทย
องค์ที่ ๕
รบแลกรบ เลือดแลกเลือด ใจแลกใจ
เป็นการบรรยายถึงการสู่รบระหว่างราชนาวีไทยกับราชนาวีฝรั้งเศสใบการทำยุทธนาวี
องค์ที่ ๖
ชีพสิ้นไป ไทยยังอยู่ สู่สืบสาน เป็นการบรรยายถึงชัยชนะในการรบ
และความบอบช้ำของราชนาวีไทย
ทำให้ผู้คนได้สร้างอนุสรณ์สถานไว้เพื่อเคารพบูชาผู้กล้าแห่งราชนาวี
องค์ที่ ๗
หยาดน้ำตา แม้รินไหล ใจร้าวราญ
เป็นสื่อให้เห็นถึงความโศกเศร้า การศูนย์เสียคนที่เรารักไปใน ยุทธนาวีครั้งนั้น
องค์ที่ ๘
ปณิธาน ยังดำ คงชาติไทยไว้ กล่าวถึงวันนี้ของทุกๆ
ปีเป็นวันรำลึกถึงวีรกรรมของนักรบลูกประดู่
รวมทั้งการสร้างความสำนึกรักประเทศชาติบ้านเมืองแก่ชนรุ่นหลังให้
กำหนดการโดยละเอียด
พิธีเปิดงาน
“ วันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ครั้งที่ ๒๖ ” ประจำปี ๒๕๕๕
วันที่ ๑๗
มกราคม ๒๕๕๕ ณ
บริเวณอนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง
หมู่ที่ ๑
ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด
ภาคเช้า
ศาสนพิธีและพิธีบวงสรวง
เวลา ๐๖.๔๕ น. -
ข้าราชการ ประชาชน และผู้มีเกียรติ พร้อมกัน ณ
บริเวณอนุสรณ์สถานฯ
เวลา ๐๗.๐๐ น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ประธานในพิธี
เดินทางมาถึงยังบริเวณงาน
-
พิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน ๓๖ รูป
เวลา
๐๘.๐๐ น - พิธีบวงสรวงฯ ประธานฯ
จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายมาลัยพระกร
สักการะพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
-
ประธาน ฯ จุดธูป พิธีพราหมณ์
-
พราหมณ์ในพิธีประกอบพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
-
พราหมณ์กล่าวคำบวงสรวงดวงพระวิญญาณเสร็จ ลั่นฆ้อง ๓ ลา
-
ทหารเรือฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ยิงปืนถวายราชสดุดี ๑๙ นัด
เวลา ๐๙.๐๐
น. - พิธีสงฆ์
-
ประธานฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
-
พิธีกรอาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล
-
ผู้ร่วมพิธีรับศีล
-
พิธีกรอาราธนาพระปริตร
-
พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
-
ผู้แทนอำเภอแหลมงอบ กล่าวสดุดีวีรชนทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง
(ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืน)
-
ประธานฯ ทอดผ้าบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชน พระสงฆ์พิจารณาผ้า ฯ
-
ประธานฯ จุดไฟฌาปนกิจ (รายชื่อวีรชนทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง)
-
ประธานฯ และผู้มีเกียรติ ถวายภัตตาหารเพล (ปิ่นโต) จตุปัจจัยไทยธรรม
-
พระสงฆ์อนุโมทนา ประธาน ฯ กรวดน้ำ
-
รำบวงสรวงดวงพระวิญญาณพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ภาคกิจกรรมพิธีเปิดและพิธีลอยพวงมาลา
เวลา ๑๑.๐๐ น. -
ผู้บัญชาการทหารเรือหรือผู้แทน ประธานพิธีเปิด และคณะเดินทางถึง
อนุสรณ์ ฯ และตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ
เวลา ๑๑.๐๕ น. -
ประธาน ฯ วางพานพุ่มสักการะพระบรมรูป ฯ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
เวลา ๑๑.๑๐ น. -
ประธาน ฯ ขึ้นแท่นรับรายงาน
เวลา ๑๑.๑๕ น. -
ประธาน ฯ กล่าวเปิดงาน ตัดริบบิ้น
วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์
-
เครื่องบินโปรยข้าวตอกดอกไม้
เวลา ๑๑.๓๐ น. -
ประธาน ฯ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ
เวลา ๑๑.๕๐ น. -
ประธาน ฯ และคณะเดินทางไปสะพานท่าเทียบเรือแหลมงอบ (กระโจมไฟ)
เวลา ๑๒.๐๐ น. -
ประธาน ฯ และคณะเดินทางถึงเรือหลวง (สะพานกระโจมไฟ)
เวลา
๑๒.๑๐ น. - เรือหลวงและเรือร่วมพิธีฯ
ออกเดินทางไปประกอบพิธีสดุดีและพิธีลอยพวงมาลาบริเวณเกาะลิ่ม
-
รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญ
เวลา ๑๔.๐๐ น. -
ประกอบพิธีสดุดีและพิธีลอยพวงมาลา
เวลา ๑๔.๓๐ น. -
เสร็จพิธี ฯ
ภาคค่ำ
เวลา ๑๙.๐๐ น. -
พิธีเปิดการแสดง แสง สี เสียง “ ยุทธนาวีที่เกาะช้าง ”
กิจกรรมการแสดง
งาน “ วันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง
ครั้งที่ ๒๖ ” ประจำปี ๒๕๕๕
ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๒๑
มกราคม ๒๕๕๕
ที่
|
วันที่
|
เวลา
|
กิจกรรม
|
สถานที่
|
หมายเหตุ
|
๑.
|
๑๗ มกราคม ๒๕๕๕
|
๐๗.๐๐ น.
๐๙.๐๐ น.
๐๙.๐๐ – ๑๑.๐๐ น.
๑๑.๐๐ น.
๑๒.๐๐ น.
๑๔.๐๐ น.
๑๘.๐๐ น.เป็นต้นไป
๑๙.๐๐ – ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ – ๒๓.๐๐ น.
|
- พิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งภิกษุ ๓๖
รูป
- พิธีบวงสรวง ( ผวจ.ตราด ประธานในพิธีฯ )
- ประชาชนทยอยลงเรือไปร่วมพิธีลอยพวงมาลา
- พิธีเปิดงานวันวีรกรรม ฯ (
ผบ.ทร.หรือผู้แทน
ประธานในพิธีฯ ) โดดร่มลงทะเล
- พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ
- การแข่งขันกีฬาเปตอง
- พิธีลอยพวงมาลา
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง
- การแสดง แสง สี เสียง “ ยุทธนาวีที่เกาะช้าง ”
- การแสดงดนตรีกองทัพเรือ
|
บริเวณลานพระรูป ฯ
บริเวณลานพระรูป ฯ
สะพานกระโจมไฟ
บริเวณอนุสรณ์สถาน ฯ
บริเวณอนุสรณ์สถาน ฯ
บริเวณสนาม ร.ร.ชุมชนฯ
บริเวณเกาะลิ้ม
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
เวทีกลาง ฯ
|
มีการ ออกร้าน นาวาพาโชค
ร้านค้า ๑ ตำบล ๑ ผลิตภัณฑ์ ของ จังหวัดตราด และการจำหน่ายสินค้า ราคาถูกตลอดงาน
|
๒.
|
๑๘ มกราคม ๒๕๕๕
|
๑๘.๐๐ น.
เป็นต้นไป
๑๙.๐๐ – ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ – ๒๓.๐๐ น.
|
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง
- การแสดง แสง สี เสียง “ ยุทธนาวีที่เกาะช้าง ”
- การแสดงดนตรี ดำรง วงศ์ทอง / สุนารี ราชสีมา
|
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
เวทีกลาง ฯ
|
|
๓.
|
๑๙ มกราคม ๒๕๕๕
|
๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป
๑๙.๐๐ – ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ – ๒๓.๐๐ น.
|
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง
- การแสดง แสง สี เสียง “ ยุทธนาวีที่เกาะช้าง ”
- การแสดงดนตรี แสน นากา / ข้าวทิพย์ ธิดาดิน
|
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
เวทีกลาง ฯ
|
|
๔.
|
๒๐ มกราคม ๒๕๕๕
|
๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป
๑๙.๐๐ - ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ – ๒๓.๐๐ น.
|
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง
- การแสดงของนักเรียนจากสถานศึกษาในพื้นที่
- การแสดงดนตรี น่านฟ้า อาร์สยาม / นุ้ย สุวีณา
|
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
เวทีกลาง ฯ
เวทีกลาง ฯ
|
|
๕.
|
๒๑ มกราคม ๒๕๕๕
|
๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป
๑๙.๐๐ –
๒๒.๐๐ น.๒๓.๐๐ น.
๒๔.๐๐ น.
|
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ ร้านค้าชุมชน
สินค้าพื้นเมือง
- การแสดงดนตรี หนู มิเตอร์
- จุดพลุสี น้ำตกสายธาร จากกองทัพเรือ
- การแสดงดนตรี หนู มิเตอร์
- ปิดงาน ฯ
|
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
เวทีกลาง ฯ
ลานพระรูป ฯ
|













ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น