วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

ยุทธนาวีเกาะช้าง วีรกรรมทหารเรือไทย

ยุทธนาวีเกาะช้าง วีรกรรมทหารเรือไทย

        สยามประเทศ (ไทย) กับ ฝรั่งเศส ได้เกิดกรณีพิพาทในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๘๒ ขณะที่ฝรั่งเศสประกาศสงครามกับเยอรมัน ฝรั่งเศสขอให้รัฐบาลไทยทำสัญญาไม่รุกรานทางแหลมอินโดจีน รัฐบาลไทยได้ตอบฝรั่งเศสไปว่า ”ไทยยินดีจะรับตกลงตามคำของฝรั่งเศส แต่ขอให้ฝรั่งเศสทำข้อตกลงบางประการ คือ ให้ฝรั่งเศสปรับปรุงเส้นแบ่งเขตแดน ให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักความยุติธรรม และให้ ฝรั่งเศสคืนดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงที่ฝรั่งเศสยึดไปคืนให้ไทย” เป็นต้น การตกลงปรากฏว่าไม่สามารถตกลงกันได้ ประชาชนชาวสยามได้เดินขบวนแสดงประชามติเรียกร้องดินแดนที่เสียไปคืน จึงเกิดเหตุพิพาทขึ้น เริ่มลุกขึ้นตามชายแดนเป็นแห่ง ๆ และยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จนถึงขั้นใช้กำลังทหารเข้าทำการสู้รบกัน ทั้งกำลังทางบก เรือ และอากาศ สำหรับทางเรือได้มีการรบกันบริเวณด้านใต้ของเกาะช้าง ระหว่างกำลังทางเรือของไทย และของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ จนเรียกขานว่า “ยุทธนาวีที่เกาะช้าง”
เรือรบหลวงธนบุรี

เรือลามอตต์ปิเกต์

          การรบครั้งนั้นฝรั่งเศสได้ส่งกำลังทางเรือส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในอินโดจีน ในบังคับบัญชาของ นาวาเอก เบรังเยร์ อันมีเรือลาดตระเวน ลามอตต์ปิเกต์ เป็นเรือธง พร้อมด้วยเรือสลุป ๒ ลำ เรือปืน ๔ ลำ เรือสินค้าขนาดใหญ่ติดอาวุธ ๑ ลำ และเรือดำน้ำอีก ๑ ลำ รวมทั้งสิ้น ๙ ลำ เข้ามาในน่านน้ำไทยทางด้านเกาะช้าง ด้วยความมุ่งหมายที่จะระดมยิงหัวเมืองชายทะเล ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย ในเช้าวันที่ ๑๗ มกราคม กำลังทางเรือของฝรั่งเศสได้อาศัยความมืด และความเร็วรุกล้ำเข้ามาทางด้านใต้เกาะช้าง มีจำนวนเรือด้วยกันทั้งหมด ๗ ลำ คือ เรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์, เรือสลุป ๒ ลำ} และเรือปืน ๔ ลำ ส่วนกำลังเรือฝ่ายไทยที่เข้าทำการรบมี ๓ ลำ คือ เรือหลวงธนบุรี จอดอยู่ที่บริเวณเกาะลิ่ม ส่วนเรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรี จอดอยู่ที่อ่าวสลักเพชร เมื่อเปรียบเทียบกำลังรบของทั้งสองฝ่าย จะเห็นได้ว่าเราได้เข้าทำการต่อสู้กับข้าศึกที่มีทั้งจำนวนเรือมากกว่า ระวางขับน้ำมากกว่า จำนวนปืนหนักและปืนเบามากกว่า รวมถึงจำนวนทหารประจำเรือก็มากกว่า


       การรบระหว่างเรือหลวงธนบุรีกับเรือลามอตต์ปิเกต์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากได้มีการปะทะกันระหว่างเรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรีกับเรือรบฝรั่งเศสแล้ว คือในตอนเช้าตรู่ของวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ ขณะที่ทหารเรือหลวงธนบุรี กำลังฝึกหัดกำลังพลตามปกติอยู่นั้น ยามสะพานเดินเรือ ได้เห็นเครื่องบินข้าศึก ๑ เครื่อง บินมาทางเกาะกูดผ่านเกาะกระดาษมาตรงหัวเรือ ทางเรือจึงได้ประกาศประจำสถานีรบแต่ยังมิได้ทำการยิง เนื่องจากว่าเครื่องบินข้าศึกได้บินเลี้ยวไปทางเกาะง่าม ตรงบริเวณที่เรือตอร์ปิโด ทั้ง ๒ ลำ จอด และทันใดนั้นทหารทุกคนก็ได้ยินเสียงปืนจากเรือตอร์ปิโดทั้งสองลำนั้น คือ เรือหลวงสงขลาและเรือหลวงชลบุรี ทำการยิงสกัดกั้นเครื่องบินข้าศึก และต่อมายามสะพานเดินเรือ ได้รายงานว่าเห็นเรือข้าศึกทางใต้เกาะช้าง โดยที่ยามมองตรงช่องระหว่างเกาะช้างกับเกาะไม้ซี้ใหญ่ เรือที่ยามเห็นนี้คือเรือลามอตต์ปิเกต์ ซึ่งกำลังระดมยิงเรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรี อยู่นั่นเอง ประมาณ เวลา ๐๖๔๐ ขณะที่เรือหลวงธนบุรี ได้ตั้งลำพร้อม เรือลามอตต์ปิเกต์ก็โผล่จากเกาะไม้ซี้ใหญ่ และเป็นฝ่ายเริ่มยิงเราก่อนทันที เรือหลวงธนบุรีได้เริ่มยิงตับแรกด้วยป้อมหัว และป้อมท้ายโดย ตั้งระยะ ๑๓,๐๐๐ เมตร ทันใดนั้นเองกระสุนตับที่ ๔ ของเรือลามอตต์ปิเกต์ มีนัดหนึ่งเจาะทะลุผ่าห้องโถงนายพล และชอนระเบิดทะลุพื้นหอรบขึ้นมาเป็นเหตุให้ น.ท.หลวงพร้อมวีรพันธุ์ และทหารในหอรบอีกหลายนายต้องเสียชีวิตในทันที ยังมีอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากถูกสะเก็ดระเบิด และถูกไฟลวกตามหน้าและตามตัว กระสุนนัดนี้เองได้ทำลายเครื่องติดต่อสั่งการไปยังปืน และเครื่องถือท้ายเรือ เรือซึ่งกำลังเดินหน้าด้วยความเร็ว ๑๔ นอต ต้องหมุนซ้ายเป็นวงกลมอยู่ถึง ๔ รอบ ในขณะนี้เอง เรือลามอตต์ปิเกต์ได้ระดมยิงเรือหลวงธนบุรี อย่างหนาแน่น ปืนป้อมทั้งสองของเรือหลวงธนบุรีต้องทำการยิงอิสระ โดยอาศัยศูนย์ข้างและศูนย์ระยะที่หอกลาง ปรากฏว่าเรือลามอตต์ปิเกต์ได้ถูกกระสุนปืนจากเรือหลวงธนบุรี เช่นกัน โดยมีแสงไฟจากเปลวระเบิด และควันเพลิงพุ่งขึ้นบริเวณตอนกลางลำเรือ จำต้องล่าถอยโดยมารวมกำลัง กับหมู่เรือฝรั่งเศสอีก ๔ ลำ ทางตะวันตกของเกาะเหลายาใน และแล่นหนีไปในที่สุด เรือหลวงช้างได้เข้าช่วยดับไฟ และจูงเรือธนบุรีไปจนถึงหน้าแหลมงอบ เพื่อเกยตื้น และต้นเรือได้สั่งสละเรือใหญ่ เมื่อเวลา ๑๑.๐๐ ต่อมา ประมาณเวลา ๑๖.๔๐ กราบเรือทางขวาก็เริ่มตะแคงเอนลงมากขึ้นตามลำดับ เสาทั้งสองเอนลงน้ำ กราบซ้ายและกระดูกงูกันโครงโผล่อยู่พ้นน้ำ ในการรบครั้งนี้ ทางฝ่ายเราได้เสียชีวิตเป็นชาติพลี รวมทั้งสิ้น ๓๖ นาย เป็นนายทหาร ๒ นาย พันจ่า จ่า พลทหาร และพลเรือ ๓๔ นาย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นทหารประจำเรือหลวงธนบุรี ๒๐ นาย เรือหลวงสงขลา ๑๔ นาย และเรือหลวงชลบุรี ๒ นาย



          การรบทางเรือที่เกาะช้างในครั้งนี้ แม้จะไม่จัดว่าเป็นการยุทธ์ใหญ่ก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นการรบทางเรือตามแบบอย่างยุทธวิธีสมัยใหม่ จึงนับเป็นเกียรติประวัติอันน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ซึ่งจะบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทย และทหารเรือสืบไป จังหวัดตราดจึงได้กำหนดจัดงาน วันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ในวันที่ ๑๗ – ๒๑ มกราคม ของทุกปี ณ บริเวณอนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง โดยในงานจะมีพิธีอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชน การวางพานพุ่มสักการะพระบรมรูปฯ. กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และพิธีลอยพวงมาลา ประกาศสดุดีบริเวณเกาะลิ่ม นอกจากนี้ในปีนี้จัดให้มี การแสดงประกอบแสงเสียงในวันที่ ๑๗ – ๑๙ เป็นเวลา 3 วัน เพื่อประกาศ เชิดฃูเกียรติวีรกรรมอันหาญกล้าของนักรบผู้กล้าทหารเรือไทย ในการปกปักรักษาแผ่นดิน ผืนน้ำ ของไทยให้คงอยู่สืบไป นอกจากนี้ยังมีการแสดงประกอบแสงเสียงเพื่อรำลึกถึงวีรกรรม ใช้ชื่อเรื่องว่า “๗๑ ปี รฤกผู้กล้า....ยุทธนาวี ที่เกาะช้าง” แบ่งการแสดงออกเป็น ๘ องค์ด้วยกันคือ

                    องค์ที่ ๑ เสด็จพ่อ ร. ๕ สถิตฟ้า เนื้อหาจะกล่าวถึงการคืนความเป็นไทยให้แผ่นดินตราด

                    องค์ที่ ๒ สานสัญญา ร่วมปกปัก ด้วยศักดิ์ศรี จะกล่าวถึงพระราชภาระกิจของเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่พระองทรงมีต่อทหารเรือ และความมุ่งมั่นในการรักษาผืนแผ่นดินของสยามประเทศ

                   องค์ที่ ๓ ความเป็นไทย ถูกคุกคาม ตามราวี เป็นการเล่าถึงการเริ่มเกิดสงคราม และยุทธนาวีที่เกาะช้าง

                   องค์ที่ ๔ สยามนี้ คือชีวิต จิตวิญญาณ บรรยายถึงความรู้ศึกเสียเปรียบต่อข้าศึก แต่ด้วยความรักต่อประเทศชาติ บวกกับความกล้าหาญของลูกราชนาวีไทย

                    องค์ที่ ๕ รบแลกรบ เลือดแลกเลือด ใจแลกใจ เป็นการบรรยายถึงการสู่รบระหว่างราชนาวีไทยกับราชนาวีฝรั้งเศสใบการทำยุทธนาวี

                    องค์ที่ ๖ ชีพสิ้นไป ไทยยังอยู่ สู่สืบสาน เป็นการบรรยายถึงชัยชนะในการรบ และความบอบช้ำของราชนาวีไทย ทำให้ผู้คนได้สร้างอนุสรณ์สถานไว้เพื่อเคารพบูชาผู้กล้าแห่งราชนาวี

                    องค์ที่ ๗ หยาดน้ำตา แม้รินไหล ใจร้าวราญ เป็นสื่อให้เห็นถึงความโศกเศร้า การศูนย์เสียคนที่เรารักไปใน ยุทธนาวีครั้งนั้น

                    องค์ที่ ๘ ปณิธาน ยังดำ คงชาติไทยไว้ กล่าวถึงวันนี้ของทุกๆ ปีเป็นวันรำลึกถึงวีรกรรมของนักรบลูกประดู่ รวมทั้งการสร้างความสำนึกรักประเทศชาติบ้านเมืองแก่ชนรุ่นหลังให้




กำหนดการโดยละเอียด

พิธีเปิดงาน “ วันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ครั้งที่ ๒๖  ” ประจำปี  ๒๕๕๕

วันที่  ๑๗  มกราคม  ๒๕๕๕  ณ   บริเวณอนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง

หมู่ที่  ๑  ตำบลแหลมงอบ   อำเภอแหลมงอบ   จังหวัดตราด



ภาคเช้า ศาสนพิธีและพิธีบวงสรวง

เวลา ๐๖.๔๕ น.         - ข้าราชการ  ประชาชน และผู้มีเกียรติ พร้อมกัน  ณ  บริเวณอนุสรณ์สถานฯ

  เวลา ๐๗.๐๐ น.          - ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ประธานในพิธี เดินทางมาถึงยังบริเวณงาน

- พิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน  ๓๖  รูป

เวลา ๐๘.๐๐ น            - พิธีบวงสรวงฯ ประธานฯ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย  ถวายมาลัยพระกร สักการะพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์  กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  

- ประธาน ฯ จุดธูป พิธีพราหมณ์

- พราหมณ์ในพิธีประกอบพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

- พราหมณ์กล่าวคำบวงสรวงดวงพระวิญญาณเสร็จ ลั่นฆ้อง ๓ ลา

                              - ทหารเรือฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ยิงปืนถวายราชสดุดี ๑๙ นัด

เวลา  ๐๙.๐๐ น.        - พิธีสงฆ์

                              - ประธานฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย                

                              - พิธีกรอาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล

                              - ผู้ร่วมพิธีรับศีล

                              - พิธีกรอาราธนาพระปริตร

                              - พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

- ผู้แทนอำเภอแหลมงอบ กล่าวสดุดีวีรชนทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง                                         (ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืน)

                              - ประธานฯ ทอดผ้าบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชน พระสงฆ์พิจารณาผ้า ฯ

                              - ประธานฯ จุดไฟฌาปนกิจ (รายชื่อวีรชนทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง)

                              - ประธานฯ และผู้มีเกียรติ ถวายภัตตาหารเพล (ปิ่นโต) จตุปัจจัยไทยธรรม

                              - พระสงฆ์อนุโมทนา ประธาน ฯ กรวดน้ำ

- รำบวงสรวงดวงพระวิญญาณพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

                             




ภาคกิจกรรมพิธีเปิดและพิธีลอยพวงมาลา

เวลา ๑๑.๐๐ น.         - ผู้บัญชาการทหารเรือหรือผู้แทน ประธานพิธีเปิด และคณะเดินทางถึง

  อนุสรณ์ ฯ และตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ

เวลา ๑๑.๐๕ น.         - ประธาน ฯ วางพานพุ่มสักการะพระบรมรูป ฯ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

เวลา ๑๑.๑๐ น.         - ประธาน ฯ ขึ้นแท่นรับรายงาน

เวลา ๑๑.๑๕ น.         - ประธาน ฯ กล่าวเปิดงาน  ตัดริบบิ้น วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์

                              - เครื่องบินโปรยข้าวตอกดอกไม้


เวลา ๑๑.๓๐ น.         - ประธาน ฯ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ

เวลา ๑๑.๕๐ น.         - ประธาน ฯ และคณะเดินทางไปสะพานท่าเทียบเรือแหลมงอบ (กระโจมไฟ)

เวลา ๑๒.๐๐ น.         - ประธาน ฯ และคณะเดินทางถึงเรือหลวง (สะพานกระโจมไฟ)

เวลา ๑๒.๑๐ น.          - เรือหลวงและเรือร่วมพิธีฯ ออกเดินทางไปประกอบพิธีสดุดีและพิธีลอยพวงมาลาบริเวณเกาะลิ่ม

                              - รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญ

เวลา ๑๔.๐๐ น.         - ประกอบพิธีสดุดีและพิธีลอยพวงมาลา

เวลา ๑๔.๓๐ น.         - เสร็จพิธี ฯ



ภาคค่ำ

เวลา ๑๙.๐๐ น.         - พิธีเปิดการแสดง แสง สี เสียง “ ยุทธนาวีที่เกาะช้าง ”








กิจกรรมการแสดง  

งาน   “  วันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ครั้งที่ ๒๖  ” ประจำปี  ๒๕๕๕ 

ระหว่างวันที่  ๑๗ –  ๒๑   มกราคม  ๒๕๕๕

ที่
วันที่
เวลา
กิจกรรม
สถานที่
หมายเหตุ
๑.
๑๗ มกราคม  ๒๕๕๕
๐๗.๐๐ น.
๐๙.๐๐ น.
๐๙.๐๐ – ๑๑.๐๐ น.
๑๑.๐๐ น.


๑๒.๐๐ น.
๑๔.๐๐ น.
๑๘.๐๐ น.เป็นต้นไป
๑๙.๐๐ – ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ – ๒๓.๐๐ น.
- พิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งภิกษุ ๓๖ รูป
- พิธีบวงสรวง  ( ผวจ.ตราด ประธานในพิธีฯ )
- ประชาชนทยอยลงเรือไปร่วมพิธีลอยพวงมาลา
- พิธีเปิดงานวันวีรกรรม ฯ ( ผบ.ทร.หรือผู้แทน                 ประธานในพิธีฯ ) โดดร่มลงทะเล
- พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ
- การแข่งขันกีฬาเปตอง

- พิธีลอยพวงมาลา
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ  ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง   
- การแสดง แสง สี เสียง “ ยุทธนาวีที่เกาะช้าง ”

- การแสดงดนตรีกองทัพเรือ  
บริเวณลานพระรูป ฯ
บริเวณลานพระรูป ฯ
สะพานกระโจมไฟ
บริเวณอนุสรณ์สถาน ฯ

บริเวณอนุสรณ์สถาน ฯ
บริเวณสนาม ร.ร.ชุมชนฯ
บริเวณเกาะลิ้ม
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ

บริเวณงาน ฯ

เวทีกลาง ฯ
มีการ                 ออกร้าน นาวาพาโชค
ร้านค้า            ๑ ตำบล                   ๑ ผลิตภัณฑ์ ของ                จังหวัดตราด               และการจำหน่ายสินค้า              ราคาถูกตลอดงาน
๒.
๑๘ มกราคม ๒๕๕๕
๑๘.๐๐ น.
เป็นต้นไป


๑๙.๐๐ – ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ – ๒๓.๐๐ น.
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ  ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง     
     
- การแสดง แสง สี เสียง “ ยุทธนาวีที่เกาะช้าง ”
- การแสดงดนตรี ดำรง   วงศ์ทอง / สุนารี   ราชสีมา
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ


บริเวณงาน ฯ
เวทีกลาง ฯ
๓.
๑๙ มกราคม  ๒๕๕๕
๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป


๑๙.๐๐ – ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ – ๒๓.๐๐ น.
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ  ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง 

- การแสดง แสง สี เสียง “ ยุทธนาวีที่เกาะช้าง ”
- การแสดงดนตรี แสน   นากา / ข้าวทิพย์   ธิดาดิน
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ


บริเวณงาน ฯ
เวทีกลาง ฯ
๔.
๒๐ มกราคม  ๒๕๕๕
๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป


๑๙.๐๐ - ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ – ๒๓.๐๐ น.
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ  ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง  

- การแสดงของนักเรียนจากสถานศึกษาในพื้นที่
- การแสดงดนตรี น่านฟ้า   อาร์สยาม / นุ้ย   สุวีณา
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ


เวทีกลาง ฯ
เวทีกลาง ฯ
๕.
๒๑  มกราคม ๒๕๕๕
๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป


๑๙.๐๐ –
๒๒.๐๐ น.๒๓.๐๐ น.
๒๔.๐๐ น.
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง
 
- การแสดงดนตรี หนู   มิเตอร์
- จุดพลุสี น้ำตกสายธาร จากกองทัพเรือ
- การแสดงดนตรี หนู   มิเตอร์
- ปิดงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ

เวทีกลาง ฯ
ลานพระรูป ฯ


ไม่มีความคิดเห็น: