วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

ยุทธนาวีเกาะช้าง วีรกรรมทหารเรือไทย

ยุทธนาวีเกาะช้าง วีรกรรมทหารเรือไทย

        สยามประเทศ (ไทย) กับ ฝรั่งเศส ได้เกิดกรณีพิพาทในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๘๒ ขณะที่ฝรั่งเศสประกาศสงครามกับเยอรมัน ฝรั่งเศสขอให้รัฐบาลไทยทำสัญญาไม่รุกรานทางแหลมอินโดจีน รัฐบาลไทยได้ตอบฝรั่งเศสไปว่า ”ไทยยินดีจะรับตกลงตามคำของฝรั่งเศส แต่ขอให้ฝรั่งเศสทำข้อตกลงบางประการ คือ ให้ฝรั่งเศสปรับปรุงเส้นแบ่งเขตแดน ให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักความยุติธรรม และให้ ฝรั่งเศสคืนดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงที่ฝรั่งเศสยึดไปคืนให้ไทย” เป็นต้น การตกลงปรากฏว่าไม่สามารถตกลงกันได้ ประชาชนชาวสยามได้เดินขบวนแสดงประชามติเรียกร้องดินแดนที่เสียไปคืน จึงเกิดเหตุพิพาทขึ้น เริ่มลุกขึ้นตามชายแดนเป็นแห่ง ๆ และยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จนถึงขั้นใช้กำลังทหารเข้าทำการสู้รบกัน ทั้งกำลังทางบก เรือ และอากาศ สำหรับทางเรือได้มีการรบกันบริเวณด้านใต้ของเกาะช้าง ระหว่างกำลังทางเรือของไทย และของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ จนเรียกขานว่า “ยุทธนาวีที่เกาะช้าง”
เรือรบหลวงธนบุรี

เรือลามอตต์ปิเกต์

          การรบครั้งนั้นฝรั่งเศสได้ส่งกำลังทางเรือส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในอินโดจีน ในบังคับบัญชาของ นาวาเอก เบรังเยร์ อันมีเรือลาดตระเวน ลามอตต์ปิเกต์ เป็นเรือธง พร้อมด้วยเรือสลุป ๒ ลำ เรือปืน ๔ ลำ เรือสินค้าขนาดใหญ่ติดอาวุธ ๑ ลำ และเรือดำน้ำอีก ๑ ลำ รวมทั้งสิ้น ๙ ลำ เข้ามาในน่านน้ำไทยทางด้านเกาะช้าง ด้วยความมุ่งหมายที่จะระดมยิงหัวเมืองชายทะเล ทางภาคตะวันออกของประเทศไทย ในเช้าวันที่ ๑๗ มกราคม กำลังทางเรือของฝรั่งเศสได้อาศัยความมืด และความเร็วรุกล้ำเข้ามาทางด้านใต้เกาะช้าง มีจำนวนเรือด้วยกันทั้งหมด ๗ ลำ คือ เรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์, เรือสลุป ๒ ลำ} และเรือปืน ๔ ลำ ส่วนกำลังเรือฝ่ายไทยที่เข้าทำการรบมี ๓ ลำ คือ เรือหลวงธนบุรี จอดอยู่ที่บริเวณเกาะลิ่ม ส่วนเรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรี จอดอยู่ที่อ่าวสลักเพชร เมื่อเปรียบเทียบกำลังรบของทั้งสองฝ่าย จะเห็นได้ว่าเราได้เข้าทำการต่อสู้กับข้าศึกที่มีทั้งจำนวนเรือมากกว่า ระวางขับน้ำมากกว่า จำนวนปืนหนักและปืนเบามากกว่า รวมถึงจำนวนทหารประจำเรือก็มากกว่า


       การรบระหว่างเรือหลวงธนบุรีกับเรือลามอตต์ปิเกต์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากได้มีการปะทะกันระหว่างเรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรีกับเรือรบฝรั่งเศสแล้ว คือในตอนเช้าตรู่ของวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ ขณะที่ทหารเรือหลวงธนบุรี กำลังฝึกหัดกำลังพลตามปกติอยู่นั้น ยามสะพานเดินเรือ ได้เห็นเครื่องบินข้าศึก ๑ เครื่อง บินมาทางเกาะกูดผ่านเกาะกระดาษมาตรงหัวเรือ ทางเรือจึงได้ประกาศประจำสถานีรบแต่ยังมิได้ทำการยิง เนื่องจากว่าเครื่องบินข้าศึกได้บินเลี้ยวไปทางเกาะง่าม ตรงบริเวณที่เรือตอร์ปิโด ทั้ง ๒ ลำ จอด และทันใดนั้นทหารทุกคนก็ได้ยินเสียงปืนจากเรือตอร์ปิโดทั้งสองลำนั้น คือ เรือหลวงสงขลาและเรือหลวงชลบุรี ทำการยิงสกัดกั้นเครื่องบินข้าศึก และต่อมายามสะพานเดินเรือ ได้รายงานว่าเห็นเรือข้าศึกทางใต้เกาะช้าง โดยที่ยามมองตรงช่องระหว่างเกาะช้างกับเกาะไม้ซี้ใหญ่ เรือที่ยามเห็นนี้คือเรือลามอตต์ปิเกต์ ซึ่งกำลังระดมยิงเรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรี อยู่นั่นเอง ประมาณ เวลา ๐๖๔๐ ขณะที่เรือหลวงธนบุรี ได้ตั้งลำพร้อม เรือลามอตต์ปิเกต์ก็โผล่จากเกาะไม้ซี้ใหญ่ และเป็นฝ่ายเริ่มยิงเราก่อนทันที เรือหลวงธนบุรีได้เริ่มยิงตับแรกด้วยป้อมหัว และป้อมท้ายโดย ตั้งระยะ ๑๓,๐๐๐ เมตร ทันใดนั้นเองกระสุนตับที่ ๔ ของเรือลามอตต์ปิเกต์ มีนัดหนึ่งเจาะทะลุผ่าห้องโถงนายพล และชอนระเบิดทะลุพื้นหอรบขึ้นมาเป็นเหตุให้ น.ท.หลวงพร้อมวีรพันธุ์ และทหารในหอรบอีกหลายนายต้องเสียชีวิตในทันที ยังมีอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากถูกสะเก็ดระเบิด และถูกไฟลวกตามหน้าและตามตัว กระสุนนัดนี้เองได้ทำลายเครื่องติดต่อสั่งการไปยังปืน และเครื่องถือท้ายเรือ เรือซึ่งกำลังเดินหน้าด้วยความเร็ว ๑๔ นอต ต้องหมุนซ้ายเป็นวงกลมอยู่ถึง ๔ รอบ ในขณะนี้เอง เรือลามอตต์ปิเกต์ได้ระดมยิงเรือหลวงธนบุรี อย่างหนาแน่น ปืนป้อมทั้งสองของเรือหลวงธนบุรีต้องทำการยิงอิสระ โดยอาศัยศูนย์ข้างและศูนย์ระยะที่หอกลาง ปรากฏว่าเรือลามอตต์ปิเกต์ได้ถูกกระสุนปืนจากเรือหลวงธนบุรี เช่นกัน โดยมีแสงไฟจากเปลวระเบิด และควันเพลิงพุ่งขึ้นบริเวณตอนกลางลำเรือ จำต้องล่าถอยโดยมารวมกำลัง กับหมู่เรือฝรั่งเศสอีก ๔ ลำ ทางตะวันตกของเกาะเหลายาใน และแล่นหนีไปในที่สุด เรือหลวงช้างได้เข้าช่วยดับไฟ และจูงเรือธนบุรีไปจนถึงหน้าแหลมงอบ เพื่อเกยตื้น และต้นเรือได้สั่งสละเรือใหญ่ เมื่อเวลา ๑๑.๐๐ ต่อมา ประมาณเวลา ๑๖.๔๐ กราบเรือทางขวาก็เริ่มตะแคงเอนลงมากขึ้นตามลำดับ เสาทั้งสองเอนลงน้ำ กราบซ้ายและกระดูกงูกันโครงโผล่อยู่พ้นน้ำ ในการรบครั้งนี้ ทางฝ่ายเราได้เสียชีวิตเป็นชาติพลี รวมทั้งสิ้น ๓๖ นาย เป็นนายทหาร ๒ นาย พันจ่า จ่า พลทหาร และพลเรือ ๓๔ นาย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นทหารประจำเรือหลวงธนบุรี ๒๐ นาย เรือหลวงสงขลา ๑๔ นาย และเรือหลวงชลบุรี ๒ นาย



          การรบทางเรือที่เกาะช้างในครั้งนี้ แม้จะไม่จัดว่าเป็นการยุทธ์ใหญ่ก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นการรบทางเรือตามแบบอย่างยุทธวิธีสมัยใหม่ จึงนับเป็นเกียรติประวัติอันน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ซึ่งจะบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทย และทหารเรือสืบไป จังหวัดตราดจึงได้กำหนดจัดงาน วันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ในวันที่ ๑๗๒๑ มกราคม ของทุกปี ณ บริเวณอนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง โดยในงานจะมีพิธีอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชน การวางพานพุ่มสักการะพระบรมรูปฯ. กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และพิธีลอยพวงมาลา ประกาศสดุดีบริเวณเกาะลิ่ม นอกจากนี้ในปีนี้จัดให้มี การแสดงประกอบแสงเสียงในวันที่ ๑๗ ๑๙ เป็นเวลา 3 วัน เพื่อประกาศ เชิดฃูเกียรติวีรกรรมอันหาญกล้าของนักรบผู้กล้าทหารเรือไทย ในการปกปักรักษาแผ่นดิน ผืนน้ำ ของไทยให้คงอยู่สืบไป นอกจากนี้ยังมีการแสดงประกอบแสงเสียงเพื่อรำลึกถึงวีรกรรม ใช้ชื่อเรื่องว่า ๗๑ ปี รฤกผู้กล้า....ยุทธนาวี ที่เกาะช้างแบ่งการแสดงออกเป็น ๘ องค์ด้วยกันคือ

                    องค์ที่ ๑ เสด็จพ่อ ร. ๕ สถิตฟ้า เนื้อหาจะกล่าวถึงการคืนความเป็นไทยให้แผ่นดินตราด

                    องค์ที่ ๒ สานสัญญา ร่วมปกปัก ด้วยศักดิ์ศรี จะกล่าวถึงพระราชภาระกิจของเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่พระองทรงมีต่อทหารเรือ และความมุ่งมั่นในการรักษาผืนแผ่นดินของสยามประเทศ

                   องค์ที่ ๓ ความเป็นไทย ถูกคุกคาม ตามราวี เป็นการเล่าถึงการเริ่มเกิดสงคราม และยุทธนาวีที่เกาะช้าง

                   องค์ที่ ๔ สยามนี้ คือชีวิต จิตวิญญาณ บรรยายถึงความรู้ศึกเสียเปรียบต่อข้าศึก แต่ด้วยความรักต่อประเทศชาติ บวกกับความกล้าหาญของลูกราชนาวีไทย

                    องค์ที่ ๕ รบแลกรบ เลือดแลกเลือด ใจแลกใจ เป็นการบรรยายถึงการสู่รบระหว่างราชนาวีไทยกับราชนาวีฝรั้งเศสใบการทำยุทธนาวี

                    องค์ที่ ๖ ชีพสิ้นไป ไทยยังอยู่ สู่สืบสาน เป็นการบรรยายถึงชัยชนะในการรบ และความบอบช้ำของราชนาวีไทย ทำให้ผู้คนได้สร้างอนุสรณ์สถานไว้เพื่อเคารพบูชาผู้กล้าแห่งราชนาวี

                    องค์ที่ ๗ หยาดน้ำตา แม้รินไหล ใจร้าวราญ เป็นสื่อให้เห็นถึงความโศกเศร้า การศูนย์เสียคนที่เรารักไปใน ยุทธนาวีครั้งนั้น

                    องค์ที่ ๘ ปณิธาน ยังดำ คงชาติไทยไว้ กล่าวถึงวันนี้ของทุกๆ ปีเป็นวันรำลึกถึงวีรกรรมของนักรบลูกประดู่ รวมทั้งการสร้างความสำนึกรักประเทศชาติบ้านเมืองแก่ชนรุ่นหลังให้




กำหนดการโดยละเอียด

พิธีเปิดงาน วันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ครั้งที่ ๒๖  ประจำปี  ๒๕๕๕

วันที่  ๑๗  มกราคม  ๒๕๕๕     บริเวณอนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง

หมู่ที่    ตำบลแหลมงอบ   อำเภอแหลมงอบ   จังหวัดตราด



ภาคเช้า ศาสนพิธีและพิธีบวงสรวง

เวลา ๐๖.๔๕ น.         - ข้าราชการ  ประชาชน และผู้มีเกียรติ พร้อมกัน    บริเวณอนุสรณ์สถานฯ

  เวลา ๐๗.๐๐ น.          - ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ประธานในพิธี เดินทางมาถึงยังบริเวณงาน

- พิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน  ๓๖  รูป

เวลา ๐๘.๐๐ น            - พิธีบวงสรวงฯ ประธานฯ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย  ถวายมาลัยพระกร สักการะพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์  กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  

- ประธาน ฯ จุดธูป พิธีพราหมณ์

- พราหมณ์ในพิธีประกอบพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

- พราหมณ์กล่าวคำบวงสรวงดวงพระวิญญาณเสร็จ ลั่นฆ้อง ๓ ลา

                              - ทหารเรือฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ยิงปืนถวายราชสดุดี ๑๙ นัด

เวลา  ๐๙.๐๐ น.        - พิธีสงฆ์

                              - ประธานฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย                

                              - พิธีกรอาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล

                              - ผู้ร่วมพิธีรับศีล

                              - พิธีกรอาราธนาพระปริตร

                              - พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

- ผู้แทนอำเภอแหลมงอบ กล่าวสดุดีวีรชนทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง                                         (ผู้ร่วมพิธีลุกขึ้นยืน)

                              - ประธานฯ ทอดผ้าบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชน พระสงฆ์พิจารณาผ้า ฯ

                              - ประธานฯ จุดไฟฌาปนกิจ (รายชื่อวีรชนทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง)

                              - ประธานฯ และผู้มีเกียรติ ถวายภัตตาหารเพล (ปิ่นโต) จตุปัจจัยไทยธรรม

                              - พระสงฆ์อนุโมทนา ประธาน ฯ กรวดน้ำ

- รำบวงสรวงดวงพระวิญญาณพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

                             




ภาคกิจกรรมพิธีเปิดและพิธีลอยพวงมาลา

เวลา ๑๑.๐๐ น.         - ผู้บัญชาการทหารเรือหรือผู้แทน ประธานพิธีเปิด และคณะเดินทางถึง

  อนุสรณ์ ฯ และตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ

เวลา ๑๑.๐๕ น.         - ประธาน ฯ วางพานพุ่มสักการะพระบรมรูป ฯ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

เวลา ๑๑.๑๐ น.         - ประธาน ฯ ขึ้นแท่นรับรายงาน

เวลา ๑๑.๑๕ น.         - ประธาน ฯ กล่าวเปิดงาน  ตัดริบบิ้น วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์

                              - เครื่องบินโปรยข้าวตอกดอกไม้


เวลา ๑๑.๓๐ น.         - ประธาน ฯ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ

เวลา ๑๑.๕๐ น.         - ประธาน ฯ และคณะเดินทางไปสะพานท่าเทียบเรือแหลมงอบ (กระโจมไฟ)

เวลา ๑๒.๐๐ น.         - ประธาน ฯ และคณะเดินทางถึงเรือหลวง (สะพานกระโจมไฟ)

เวลา ๑๒.๑๐ น.          - เรือหลวงและเรือร่วมพิธีฯ ออกเดินทางไปประกอบพิธีสดุดีและพิธีลอยพวงมาลาบริเวณเกาะลิ่ม

                              - รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญ

เวลา ๑๔.๐๐ น.         - ประกอบพิธีสดุดีและพิธีลอยพวงมาลา

เวลา ๑๔.๓๐ น.         - เสร็จพิธี ฯ



ภาคค่ำ

เวลา ๑๙.๐๐ น.         - พิธีเปิดการแสดง แสง สี เสียง “ ยุทธนาวีที่เกาะช้าง ”








กิจกรรมการแสดง  

งาน     วันวีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ครั้งที่ ๒๖  ประจำปี  ๒๕๕๕ 

ระหว่างวันที่  ๑๗   ๒๑   มกราคม  ๒๕๕๕

ที่
วันที่
เวลา
กิจกรรม
สถานที่
หมายเหตุ
๑.
๑๗ มกราคม  ๒๕๕๕
๐๗.๐๐ น.
๐๙.๐๐ น.
๐๙.๐๐ ๑๑.๐๐ น.
๑๑.๐๐ น.


๑๒.๐๐ น.
๑๔.๐๐ น.
๑๘.๐๐ น.เป็นต้นไป
๑๙.๐๐ – ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ – ๒๓.๐๐ น.
- พิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งภิกษุ ๓๖ รูป
- พิธีบวงสรวง  ( ผวจ.ตราด ประธานในพิธีฯ )
- ประชาชนทยอยลงเรือไปร่วมพิธีลอยพวงมาลา
- พิธีเปิดงานวันวีรกรรม ฯ ( ผบ.ทร.หรือผู้แทน                 ประธานในพิธีฯ ) โดดร่มลงทะเล
- พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ
- การแข่งขันกีฬาเปตอง

- พิธีลอยพวงมาลา
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ  ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง   
- การแสดง แสง สี เสียง ยุทธนาวีที่เกาะช้าง

- การแสดงดนตรีกองทัพเรือ  
บริเวณลานพระรูป ฯ
บริเวณลานพระรูป ฯ
สะพานกระโจมไฟ
บริเวณอนุสรณ์สถาน ฯ

บริเวณอนุสรณ์สถาน ฯ
บริเวณสนาม ร.ร.ชุมชนฯ
บริเวณเกาะลิ้ม
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ

บริเวณงาน ฯ

เวทีกลาง ฯ
มีการ                 ออกร้าน นาวาพาโชค
ร้านค้า            ๑ ตำบล                   ๑ ผลิตภัณฑ์ ของ                จังหวัดตราด               และการจำหน่ายสินค้า              ราคาถูกตลอดงาน
๒.
๑๘ มกราคม ๒๕๕๕
๑๘.๐๐ น.
เป็นต้นไป


๑๙.๐๐ – ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ ๒๓.๐๐ น.
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ  ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง     
     
- การแสดง แสง สี เสียง ยุทธนาวีที่เกาะช้าง
- การแสดงดนตรี ดำรง   วงศ์ทอง / สุนารี   ราชสีมา
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ


บริเวณงาน ฯ
เวทีกลาง ฯ
๓.
๑๙ มกราคม  ๒๕๕๕
๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป


๑๙.๐๐ – ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ ๒๓.๐๐ น.
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ  ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง 

- การแสดง แสง สี เสียง ยุทธนาวีที่เกาะช้าง
- การแสดงดนตรี แสน   นากา / ข้าวทิพย์   ธิดาดิน
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ


บริเวณงาน ฯ
เวทีกลาง ฯ
๔.
๒๐ มกราคม  ๒๕๕๕
๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป


๑๙.๐๐ - ๒๐.๓๐ น.
๒๐.๓๐ – ๒๓.๐๐ น.
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ  ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง  

- การแสดงของนักเรียนจากสถานศึกษาในพื้นที่
- การแสดงดนตรี น่านฟ้า   อาร์สยาม / นุ้ย   สุวีณา
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ


เวทีกลาง ฯ
เวทีกลาง ฯ
๕.
๒๑  มกราคม ๒๕๕๕
๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป


๑๙.๐๐ –
๒๒.๐๐ น.๒๓.๐๐ น.
๒๔.๐๐ น.
- การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน
- นิทรรศการส่วนราชการต่าง ๆ
- สวนสนุก มหรสพ ร้านค้าชุมชน สินค้าพื้นเมือง
 
- การแสดงดนตรี หนู   มิเตอร์
- จุดพลุสี น้ำตกสายธาร จากกองทัพเรือ
- การแสดงดนตรี หนู   มิเตอร์
- ปิดงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ
บริเวณงาน ฯ

เวทีกลาง ฯ
ลานพระรูป ฯ


ไม่มีความคิดเห็น: