วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี

ทะเลบัวแดง  หนองหานกุมภวาปี


                          จังหวัดอุดรธานีมีแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด คือ หนองหาน มีพื้นที่ประมาณ ๒๒,๕๐๐ ไร่ หรือ ๓๖ ตารางกิโลเมตร มีความยาวของคันดินรอบหนองหาน ยาวถึง ๘๐ กิโลเมตร อยู่ในเขตอำเภอกุมภวาปีเป็นส่วนใหญ่ และบางส่วนอยู่ในเขตอำเภอประจักษ์ศิลปาคม และอำเภอกู่แก้ว เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และการอุปโภค บริโภคของชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบหนองหาน จนได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย



 
                          ตำนานโบราณเกี่ยวกับหนองหานที่เล่าขานกันมาตั้งแต่โบราณ กล่าวไว้ว่า  นางไอ่เป็นธิดาของพระราชาเมืองขอม ซึ่งมีสิริโฉมงดงาม เป็นที่หมายปองของเจ้าชายเมืองต่าง ๆ  มีอยู่ปีหนึ่ง เมืองขอมประสบปัญหาฝนแล้ง เจ้าเมืองขอมจัดการแข่งขันบั้งไฟ และมีการจุดบั้งไฟเพื่อเสี่ยงทายขอฝน และหากบั้งไฟของใครขึ้นสูงที่สุด จะยอมยกธิดา คือนางไอ่คำ ให้เป็นภรรยา  มีเจ้าชายจากนครต่าง ๆ เข้าแข่งขัน รวมทั้งท้าวผาแดงแห่งเมืองผาโพง ฝ่ายท้าวภังคี  โอรสของพญานาค ในนครบาลดาล ทราบข่าว ก็ยกพลพญานาคปลอมตัวเป็นคนเข้ามาเข้าแข่งขันด้วย บั้งไฟของพญานาคภังคีไม่ชนะ   แต่เมื่อภังคีได้ยลโฉมนางไอ่คำก็ไม่สามารถจะถอนใจรักได้ จึงปลอมตัวเป็นกระรอกเผือกมาในสวนดอกไม้ของนางไอ่คำ  ด้วยเคราะห์แต่ชาติปางก่อน นางไอ่คำเกิดคิดวิปริต ต้องการบริโภคเนื้อกระรอกเผือก จึงสั่งให้นายพรานตามล่ามาปรุงอาหาร  และนายพรานก็ยิงกระรอกเผือกได้  ก่อนตายได้อธิษฐานว่า  ใครก็ตามที่ได้บริโภคเนื้อของตนจงจมน้ำตายในบาดาล  นางไอ่คำได้นำเนื้อกระรอกมาปรุงอาหาร และแจกจ่ายเนื้อกระรอกไปทั้งเมือง ในคืนนั้นเองเกิดพายุฝนแผ่นดินไหว น้ำท่วมพัดพาผู้คนลงสู่หนองหานและท้องบาดาล  ท้าวนาคราชบิดาของภังคี โกรธที่โอรสถูกฆ่า จึงพานาคจากเมืองบาดาลมาอาละวาดถล่มเมืองขอมจนสิ้น ส่วนท้าวผาแดง เมื่อเห็นเมืองขอมถล่มได้พานางไอ่คำขึ้นม้าควบหนีไปทางทิศเหนือ   หนีน้ำและบรรดาพญานาคที่ตามพ่นไฟไล่หลังมา   วิญญาณแค้นของภังคีได้วนเวียนมาทวงความแค้นกับผาแดงนางไอ่ตลอดมาทุกชาติ บริเวณที่พวกนาคถล่มจมพื้นบาดาล ได้กลายเป็นหนองหาน ณ ปัจจุบัน อยู่ในจังหวัดอุดรธานี   เป็นต้นลำน้ำปาว มีเกาะต่าง ๆ ที่เหลือจากการล่ม คือ เกาะเกษ ดอนสวน ดอนเตา ดอนดินจี่ ดอนแอ่น และดอนหลวง         มีสถานที่เป็นทางผ่านของผาแดง นางไอ่ เช่น ห้วยพ่นไฟ ห้วยสามพาด ห้วยน้ำฆ้องห้วยกองสี เป็นต้น

 
                           หนองหาน  นอกจากจะเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ปลา  พันธุ์นก และพืชน้ำ จำนวนมาก  ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบหนองหานได้พึ่งพาเป็นแหล่งอาหารแล้วนั้น  ยังมีระบบนิเวศน์ที่เป็นเอกลักษณ์  ซึ่งเป็นที่สนใจของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มาศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง  นอกจากนี้แล้ว  ธรรมชาติของหนองหาน  ยังได้บรรจงสร้างทะเลบัวแดงเพิ่มความงดงามให้แก่หนองหานมากยิ่งขึ้น  กล่าวคือ  ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมของทุกปี  ดอกบัวแดงในหนองหานซึ่งมีจำนวนมากจะงอกงามโผล่จากน้ำขึ้นมา  โดยเริ่มจากเดือนตุลาคมบัวเริ่มแตกใบและเริ่มออกดอกตูมและบานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ   บัวจะออกดอกมีปริมาณมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม กุมภาพันธ์ และค่อย ๆ ลดปริมาณลงในเดือนมีนาคม  ดอกบัวจะบานในช่วงเช้าตรู่จนถึงเวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น.  นักท่องเที่ยวจะมองเห็นดอกบัวแดงบานเต็มท้องน้ำหนองหานสุดลูกหูลูกตางดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้  จึงเป็นที่มาของคำว่าทะเลบัวแดง
 
                 บริการล่องเรือชมทะเลบัวแดง  ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๔- ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เวลา ๐๖.๐๐- ๑๑.๐๐ น. ทุกวัน ณ ท่าเรือบ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี  จังหวัดอุดรธานี
          -   เรือบริการขนาดเล็ก นั่งได้ ๒-๓ คน คิดค่าบริการคนละ ๑๐๐ บาท ต่อเที่ยว
          -   เรือบริการขนาดใหญ่ นั่งได้ ๑๐-๑๒ คน คิดค่าบริการคนละ ๑๐๐ บาท ต่อเที่ยว  หากเป็นหมู่คณะลดราคาพิเศษแต่ไม่ต่ำกว่าลำละ ๕๐๐ บาท ต่อเที่ยว ใช้เวลาล่องเรือไม่เกิน ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที
          -   ห้วงเวลาที่ดอกบัวแดงบาน คือ เวลา ๐๖.๐๐-๑๑.๐๐ น.
นักท่องเที่ยวสามารถชมธรรมชาติ หนองหานและนกนานาพันธุ์ได้ตลอดวัน มีบริการที่พักโฮมสเตย์ รุ่งเช้าล่องเรือชมดวงอาทิตย์ขึ้นที่หนองหาน สัมผัสทะเลบัวแดงหมื่นไร่พร้อมรับประทานอาหารเช้าบนเรือกับบรรยากาศเย็นสบายๆ หนาวนี้

ขอทราบรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้  ดังนี้
                    -  ที่ทำการปกครองอำเภอกุมภวาปี                 โทรศัพท์    ๐-๔๒๓๓-๔๔๔๖
                    -  สำนักงานเทศบาลตำบลเชียงแหว               โทรศัพท์    ๐-๔๒๒๓-๖๐๒๒ หรือ www.chaingwae.com
               -  นายรักเกียรติ   ศรีลาวงศ์     ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเดียม  โทรศัพท์  ๐๘-๔๗๙๘-๙๐๑๖
                    -  นางขันแก้ว      แสนนางชน   ประธานกลุ่มโฮมสเตย์บ้านเดียม  โทรศัพท์  ๐๘-๖๒๒๒-๒๔๘๖ 
                    -  นางพวงทอง    อุดชาชน        ประธานกลุ่มโฮมสเตย์บ้านเชียงแหวโทรศัพท์  ๐๘-๕๔๕๘-๑๐๗๕ ,     ๐-๔๒๑๔-๓๐๗๐
               -  นายไพสิทธิ์  สุขรมย์    ประธานสภาผู้ประสานงานกลุ่มเรือบริการท่องเที่ยว โทรศัพท์ ๐๘๙-๓๙๐๐๘๗๑
               - สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี โทรศัพท์ ๐-๔๒๓๒-๕๔๐๖-๗, ๐-๔๒๓๒-๖๔๓๖

 


วันยางพาราบึงกาฬ ประจำปี 2555


วันยางพาราบึงกาฬ ประจำปี 2555

                          วันที่ 13 - 16 ธันวาคม 2555 ณ ศาลาว่าการจังหวัดบึงกาฬ


จังหวัดบึงกาฬ  จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ได้กำหนดจัดงานวันยางพาราบึงกาฬขึ้นเป็นครั้งที่สอง   ศาลาว่าการจังหวัดบึงกาฬ   นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า  เพื่อเป็นการผลักดันให้จังหวัดบึงกาฬเป็นศูนย์กลางยางพาราในภูมิภาคอีสาน เนื่องจากมีความพร้อมในด้านศักยภาพ ที่มีทั้งปริมาณ และคุณภาพน้ำยางที่ดีที่สุดในภูมิภาคอีสาน นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ในการรองรับการเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558 ซึ่งเชื่อว่า ตลาดยางพาราของไทยสามารถที่จะแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในโอกาสต่อไปได้ จึงได้จัดงานวันยางพาราบึงกาฬ ประจำปี 2555 ขึ้น ในวันที่ 13 - 16 ธันวาคม 2555 ณ บริเวณหน้าศาลาว่าการจังหวัดบึงกาฬ





          สำหรับกิจกรรม ในงานจะมีการประกวดขบวนรถบุปผาชาติ จากทั้ง 8 อำเภอของจังหวัด อาทิ ขบวนแฟนตาซียางพารา ขบวนวิถีชีวิตคนอีสาน ในจังหวัดบึงกาฬ เป็นต้น การประกวดเทพีสวนยาง การมอบรางวัล Rubber Award ให้กับเกษตรกรดีเด่น การให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมงาน โดยสำนักวิจัยยางพาราและสำนักงานเกษตรจังหวัด จะได้จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับยางพาราพืชเศรษฐกิจของจังหวัด พร้อมทั้งมีนักวิชาการมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำสวนยาง พร้อมด้วยการนำอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีมาจัดแสดงและจำหน่ายให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพาราอีกด้วย สำหรับกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจได้แก่ การแข่งขันการกรีดยาง การแพ็คแผ่นยาง การประกวดสวนยาง การประกวดหนูน้อยสวนยาง การแสดงมายากล การแสดงดนตรีลูกทุ่งคณะ มนต์แคน แก่นคูณ ที่จะมาสร้างความสนุกสนาน บนเวทียามค่ำคืน


นางอัจฉพรรณ   บุญเจริญ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานอุดรธานี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดบึงกาฬยังมีสถานที่น่าท่องเที่ยวและน่าพักผ่อนอีกหลายแห่งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเที่ยวชมงาน อาทิเช่น วัดอาฮงศิลาวาส ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่แต่ไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อใด สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดก็คือ สะดือแม่น้ำโขงหรือส่วนที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง ภูทอก ของท่านอาจารย์จวน   กุลเชฏโฐ ที่นี่ท่านจะได้สัมผัสกับสถาปัตยกรรมสะพานไม้สร้างวนเวียนขึ้นไปสู่ยอดเขารวม 7 ชั้น วัดสว่างอารมณ์ ที่ภายในวัดมีโบสถ์อยู่บนก้อนหินใหญ่ หลืบถ้ำด้านล่างเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ปางปรินิพพาน และบริเวณด้านบนก้อนหินเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำโขง เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูวัว ป่าอนุรักษ์ที่สวยสมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของภาคอีสาน บึงโขงหลง ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นก โดยเฉพาะนกน้ำจะอพยพเข้ามาในช่วงฤดูหนาวของทุกปี นักท่องเที่ยวที่สนใจในการเดินทางเข้าเที่ยวงานสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดบึงกาฬ โทร. : 042 492 719 และที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี โทร. : 042 325 406-7