วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การทำแก๊สชีวภาพ

ทฤษฏีง่ายๆ ของแก๊สชีวภาพ คือ ในมูลสัตว์จะมีจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศ ซึ่งมันจะย่อยสลายอินทรีย์วัตถุต่างๆ หรือเข้าใจง่ายๆ ว่า จุลินทรีย์ตัวนี้มันกินอาหาร ซึ่งผลพลอยได้จากการย่อยสลายนี้มันจะผลิตแก๊สขึ้นมา ส่วนใหญ่จะประกอบด้วย ก๊าซมีเทน ก๊าซนี้มีคุณสมบัติไฟได้ ซึ่งอาหารที่เราเติมให้จุลินทรีย์กิน เป็นมูลสัตว์ ต่างๆ อาจจะเป็น มูลสุกร มูลวัว หรือช้าง ม้า ได้ทั้งนั้น ในส่วนที่เราบรรยายอยู่นี้ เราก็ใช้ เศษอาหารจากครัวเรือน เศษข้าว ผัก เปลือกผลไม้ ของที่เน่าเหม็นจากครัว มาเป็นอาหารของจุลินทรีย์ ทำให้เราได้แก็สหุงต้มเข้ามาใช้ในครัวเรือน โดยไม่ต้องเสียเงินไปซื้อ ข้อดีจากการทำแก๊สชีวภาพจากเศษอาหาร หรือจากมูลสัตว์ มีหลายข้อมาก ยกตัวอย่างเช่น
1.    ลดค่าใช้จ่ายจากการซื้อแก็สหุงต้มจากครัวเรือนขนาดกลางใช้แก๊สเฉลี่ยเดือนละถัง เป็นใช้ราวปีละถัง
2.    มีที่ทิ้งขยะเปียกที่เน่าบูดเหม็น เนื่องจากเศษอาหารต่างๆ หากนำไปทิ้งจะเกิดการเน่าเหม็นแต่หากนำมาใส่ในถังหมักแล้ว เมื่อนำออกไปทิ้งจะไม่มีกลิ่นเหม็น
3.    มีพลังงานทดแทน คือเราสามารถสร้างพลังงานทดแทนมาให้ได้เอง แก็ส LPG ก็อาจนำไปใช้ในรถยนต์ ทำให้ประหยัดการใช้น้ำมันมากขึ้น
4.    กากจากถังแก็ส สามารถนำมาเป็นปุ๋ย ใส่พืชผัก และต้นไม้ได้อีก ซึ่ง เศษอาหาร หรือมูลสัตว์ไม่สามารถนำไปใส่พืชได้เลย แต่ถ้าผ่าน การหมักจากถังแก๊ส ชีวภาพ จะสามารถนำมาเป็นปุ๋ย
การทำแก๊สชีวภาพจากทฤษฏีจะเห็นว่าเพียงแค่เรานำมูลสัตว์มาเก็บไว้ในที่เก็บอะไรก็ได้ปิดให้สนิทไม่ให้มีอากาศเข้า จุลินทรีย์ก็จะผลิตแก๊สขึ้นมา ซึ่งที่เก็บก็จะเป็นวัสดุอะไรก็ได้ เช่นถังพลาสติก ปูนถังส้วม โอ่งปูน ถังเหล็ก หรือ ถังสแตนเลส ส่วนมากนิยมใช้ถังพลาสติก กับ ปูน เพราะราคาถูก และไม่เป็นสนิม

จากถังเก็บที่ทำให้ไม่มีอากาศเข้า รายละเอียดก็จะเป็นการทำช่องต่างๆ ที่นำแก๊สออก ช่องเติมอาหารให้จุลินทรีย์ ช่องระบายกากออก ซึ่งก็จะดูได้ตามแบบที่มีให้ จากแบบจะเป็นแบบสำหรับ ถังหมัก ขนาด 200 ลิตร แต่เราสามารถ นำไปทำถังที่ใหญ่กว่าได้ โดยใช้แบบเดียวกัน ประโยชน์ จะเห็นว่าการทำแก๊สชีวภาพ มีประโยชน์มากมาย ปัญหาที่ยังไม่ได้รับความนิยม จากที่ผมได้รับรู้มา ก็จะมี 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ
1.            ค่าใช้จ่ายในการลงทุน ค่าใช้จ่ายกันบ้างส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นค่าถัง อยู่ที่ เราจะทำขนาดเท่าไร ถ้าถัง ขนาด 200 ลิตร ก็ราวลูกละ 500 บาท ใช้ 3 ลูก ก็ 1500 บาท
2.           รวมค่าท่อ ค่า วาลว์ ปิดเปิด ก็ น่าจะ ประมาณ 2000 บาท ก็ทำได้
ผม ใช้ถังหมัก ขนาด 1000 ลิตร ซื้อใหม่ราคาขาย ปลีก ราว 3000 บาท ถังเก็บแก๊ส 3 ชุด ถัง 200 ลิตร 3 ลูก ถัง150 ลิตร 3 ลูก รวม 6 ลูก ตกลูกละ 500 บาท ก็ 3000 บาท รวมค่าท่อค่าวาลว์เปิดปิด ค่าใช้จ่ายประมาณ 7000 บาท เทียบกับ ค่าแก๊สเดือนละถัง คิดถังละ 300 บาท แต่จริงๆ สามร้อยกว่าบาท จะเห็นว่า 2 ปี เราก็จะคุ้มทุนแล้วครับ อันนี้คิดแต่เงินที่เราต้องจ่ายค่าแก๊ส

ตามบ้านเรือนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์เราก็สามารถที่สร้างแก๊สชีวภาพได้โดยใช้เศษอาหารเป็นวัสดุหมัก อุปกรณ์ที่ใช้เราจะใช้ถังพลาสติกที่ใส่สารเคมี มีขายโดยทั่วไป เป็นถังหมักและถังเก็บแก๊ส นำถังพลาสติกมาเจาะและใส่อุปกรณ์ต่างๆ การเจาะอาจใช้สว่านเจาะหลายๆ รูแล้วตัดด้วยคัตเตอร์ กาวที่นำมาใช้ควรเป็นกาวอีพ๊อกซี่ หรืออาจใช้วิธีการเชื่อมพลาสติก แต่ต้องแน่ใจด้วยว่าอุปกรณ์ที่ใช้เป็นพลาสติกชนิดเดียวกันกับถัง เมื่อทำเสร็จแล้วนำมาต่อเข้าด้วยกันด้วยสายยางใส การใช้สายยางใสเพื่อให้เห็นน้ำในสายยางที่เกิดจากการควบแน่นของไอน้ำ ก่อนการใช้เราต้องใส่มูลสัตว์อัตราส่วน 1 ต่อ 1 กับน้ำ ถ้าเป็นมูลวัวข้นเกินไปให้ใส่น้ำได้ ประมาณ 20 ลิตร แล้วนำมาใส่ในถังหมัก ทิ้งไว้ประมาณ 15 วันจะเริ่มเกิดแก๊ส สังเกตุจากถังเก็บแก๊สจะลอยขึ้น จากนั้นให้ใส่เศษอาหารได้

การเติมเศษอาหารทุกครั้ง ต้องมีการเติมน้ำด้วย ท่อระบายน้ำควรใส่วาล์วปิดเปิดเพื่อป้องกันแก๊สออกในระยะแรก เมื่อระดับน้ำอยู่ระดับเดียวกันกับท่อระบายน้ำต้องมีการระบายน้ำออก และทุก 3 เดือนให้มีการระบายกากออกบ้าง กากที่ระบายออกมานี้เราสามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยได้
เตาแก๊สที่จะนำมาใช้ ควรเป็นเตาเขียว หรือเตาไฮสปีด ก่อนนำมาใช้ต้องมีการดัดแปลงเสียก่อน โดยการเจาะรูพ่นแก๊ส หรือนมหนูให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ประมาณ 1 – 2 หุน เพื่อให้แก๊สชีวภาพไหลได้สะดวก เนื่องจากแก๊สชีวภาพที่เราผลิตเองนี้เป็นแก๊สแรงดันต่ำ ถ้าต้องการเพิ่มแรงดันทำได้โดย ใช้วัตถุที่มีน้ำหนักวางบนถังเก็บแก๊ส
การดูแลรักษา หมั่นเคาะสนิมที่เกิดขึ้นที่หัวเตา และตรวจดูน้ำในสายยางนำแก๊ส ถ้ามีน้ำมากให้ถอดสายยางแล้วเทน้ำออก และกวนใบกวนบ้างวันละ 1 ครั้งเพื่อให้เกิดแก๊สสม่ำเสมอ เราอาจทำถังหมักให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมก็ได้ โดยใช้วิธีการทำโดยรวมแบบเดียวกัน อาจจะประยุกต์บ้างเพื่อความเหมาะสมทั้งนี้เพื่อให้การใช้งานเป็นไปด้วยความสะดวก เช่นอาจใช้ถังสี่เหลี่ยมที่ใช้บรรจุสารเคมี ขนาด 1000 ลิตร เพื่อที่จะได้แก๊สมากขึ้นพอที่จะใช้ในกิจกรรม

ขอขอบคุณข้อมูล คุณ ธีรยุทธ (เอ) มือถือ :088-1471808 เว็บไซต์ :teetatlife.com อีเมลล์ : teetat_farm@windowslive.com

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ขอเชิญร่วมงาน ”ตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงที่เกาะช้าง” ครั้งที่ ๓

ขอเชิญร่วมงาน ตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงที่เกาะช้างครั้งที่ ๓
วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.. ๒๕๕๔  ณ วัดคชครามคขทวีป อ.เกาะช้าง จ.ตราด



ซึ่งเจ้าทั้งหลายคิดเห็นว่าเราเหมือนบิดาที่พลัดพรากจากบุตรจึงรีบมาหานั้น เป็นความคิดอันถูกต้องแท้  ขอให้เชื่ออยู่ในใจเสมอไปในเบื้องหน้า  ดังเช่นที่คิดเห็นในครั้งนี้ว่า  เราคงจะเป็นเหมือนบิดาของเจ้าเสมอตลอดไป  ย่อมยินดีด้วยในเวลามีความสุข  และจะช่วยปลดเปลื้องอันตรายในเวลามีภัยได้ทุกข์...
จากพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ ๒๔๕๐ จังหวัดตราด อเภอเกาะช้าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด สมคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการท่องท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด ร่วมกับชุมชนวัดสลัดคอกจึงได้กำหนดจัดงาน  ตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงที่เกาะช้างในวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.. ๒๕๕๔ ณ วัดคชครามคขทวีป อ.เกาะช้าง จ.ตราด เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  และแสดงกตัญญูกตเวทิตา ของชาวเกาะช้าง   และชาวตราด และเนื่องในวาระ ๑๐๑ ปี แห่งการสวรรคตฯ และการเสด็จประพาสต้นของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเสด็จประพาสต้นเยือนเมืองตราดถึง ๑๒ ครั้ง จากการเสด็จตามหัวเมืองต่าง ๆ รวมทั้งหมด ๒๔ ครั้ง โดยโดยมีรายละเอียดดังนี้
ครั้งที่ ๑  เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม  พ.ศ. ๒๔๑๖  สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ เป็นผู้ตามเสด็จฯ น้ำตกธารมะยม เกาะช้าง และเกาะกระดาดทางฝั่งตะวันตก ในช่วงนี้น้ำตกธารมะยมงามมาก
                        ครั้งที่ ๒  ต้นเดือนมกราคม  พ.ศ. ๒๔๑๙  เสด็จฯ เกาะช้าง มีพระราชนิพนธ์เล่าว่าเกาะนี้เสือชุมนัก เสด็จขึ้นพลับพลาที่บ้านคลองนนทรี  พักผ่อนอิริยาบถแล้วเสด็จปีนเขาเพื่อทอดพระเนตรน้ำพุคลองมะยม  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ทำกองศิลาด้วยทรงอนุสรณ์ให้ทราบว่าได้เสด็จฯ มาถึงที่นี้ถึงสองคราว  จากนั้นเสด็จฯ เกาะกระดาด ทรงพระสำราญกับการเดินป่า  มีพระราชหัตถเลขาว่าที่นี่มีกวางและเนื้อทรายชุกชุมมาก
                        ครั้งที่ ๓  เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๔๒๓  สันนิษฐานว่าเป็นการเสด็จเพื่อทรงรำลึกถึงพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์  พระบรมราชเทวีที่เสด็จทิวงคต  เพื่ออนุสรณ์ถึงเหตุการณ์ที่เคยเสด็จฯ ชายทะเลด้วยกัน  เสด็จไปที่น้ำตกธารมะยม  เกาะช้าง  และเกาะกระดาด
                        ครั้งที่ ๔  เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๔๒๔  เสด็จฯ เกาะกงไปทอดพระเนตรวัดคงคาราม หรือวัดเกาะปอ เสด็จกลับเกาะกระดาด เกาะช้าง และเข้าไปตามอ่าวสลักเพชร  นายติ้น  หลวงสลักเพชรพัฒนกิจ  กราบถวายรายงาน วันรุ่งขึ้น  เสด็จฯ ประทับ ณ ตัวเมืองตราด   เสด็จฯ ตามเส้นทางคลองบางพระขึ้นทอดพระเนตรบ้านเรือนราษฎร ทรงซื้อผ้าและพระราชทานผ้าแก่ผู้ตามเสด็จฯ  นับเป็นครั้งแรกที่เสด็จฯ เยือนตัวเมืองตราด
                        ครั้งที่ ๕  เดือนธันวาคม  พ.ศ. ๒๔๒๕  เสด็จฯ เกาะช้าง จอดเรือบรรทมที่คลองพร้าวและอ่าวสลักเพชร จากนั้นเสด็จไปเกาะหมากและเกาะกระดาด
                        ครั้งที่ ๖  เดือนธันวาคม  พ.ศ. ๒๔๒๖  การเสด็จฯ ครั้งนี้มีพระราชประสงค์เพื่อพักพระราชภารกิจ หลังจากทรงหายจากอาการประชวร  มีสมเด็จพระศรีพัชรินทราพระบรมราชินีนาถ  สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาพระบรมราชเทวี  และข้าราชบริพารฝ่ายในตามเสด็จฯ น้ำตกธารมะยม  บ้านหลวงสลักเพชร  จากนั้นเสด็จฯ ไปเกาะหมาก  และเกาะกระดาด
                        ครั้งที่ ๗  เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๔๒๗  เสด็จฯ เกาะช้าง  ราษฎรบ้านสลักคอก ขอพระบรมราชานุญาตให้ประทับรอยพระบาทสร้างพระอุโบสถ  พระราชทานชื่อวัดว่า  วัชคามคชทวีป  เสด็จฯ ไปยังน้ำตกธารมะยม  ทรงโปรดให้จารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ๑๒๔๖ ไว้เป็นครั้งแรก  รุ่งเช้าเสด็จฯ ไปที่แหลมงอบ และในปีนี้ได้พระราชทานพระบรมสาทิสลักษณ์ทรงเครื่องต้นให้กับตราด  ปัจจุบันพระบรมสาทิสลักษณ์นี้ประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑ์วัดบุปผาราม
                        ครั้งที่ ๘  เดือนตุลาคม  พ.ศ. ๒๔๓๐  เสด็จฯ เกาะกระดาด  เกาะกูด  เกาะช้าง  น้ำตกธารมะยม  ทรงลุยน้ำในลำธารข้ามแก่ง  พระราชทานนามว่า  “แก่งทรงลุย”  รุ่งเช้าเสด็จฯ เมืองตราด  ถวายผ้าพระกฐินที่วัดบุรินทรประดิษฐ์  ปัจจุบันเป็นสถานที่ตั้งวิทยาลัยสารพัดช่างตราด  ส่วนพระประธานวัดบุรินทรฯ  ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาการเปรียญวัดแหลมงอบ
                        ครั้งที่ ๙  วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๔๓๒  เสด็จฯ เกาะช้าง  เกาะกระดาด  ที่ลำธารน้ำตกธารมะยม  ทรงโปรดต้นเฟิร์น  กล้วยไม้  และช้างนาว  ที่ออกดอกเหลืองอร่าม  เสด็จฯ ถึงยอดเขาน้ำตกธารมะยม  โปรดให้ผูกผ้าทำธงพระราชทานชื่อยอดเขาว่า  ธัชกูฏ
                        ครั้งที่ ๑๐  มีนาคม  พ.ศ. ๒๔๔๓  เสด็จฯ น้ำตกธารมะยม  เกาะช้าง  เกาะกระดาด  และแหลมงอบ  ทอดพระเนตรโรงทหาร  และวัดสุวรรณาเขต  ชาวบ้านเรียก  “วัดแหลมงอบ”  พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา
                        ครั้งที่ ๑๑  วันที่ ๑ มีนาคม  พ.ศ. ๒๔๔๔  เสด็จฯ เกาะช้าง  เกาะกูด  ต่อมาเสด็จฯ เมืองตราด  เมืองจันทบุรี  หลังจากเสด็จครั้งนี้แล้ว  อีก ๒ ปีต่อมา  เมืองตราดก็ตกเป็นของฝรั่งเศส... “ด้วยความโทมมนัสตรอมตรมในพระราชหฤทัย..ยิ่งนักทำให้ล้นเกล้าพระปิยะมหาราชว่างเว้นการเสด็จเยือนเมืองตราดนานถึง 6 ปี” ซึ่งฝรั่งเศสเข้ายึดครองแผ่นดินตราด เมื่อ ๓๐ ธันวาคม ๒๔๔๗ ห้วงเวลานั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มิได้นิ่งนอนพระหฤทัยกับทรงดำเนินวิเทโศบาย นำเมืองพระตะบอง เสียมราฐ  และศรีโสภณ  แลกเมืองตราดกลับคืนมา  ตามหนังสือสัญญา เมื่อ ๒๓ มีนาคม ๒๔๔๙ และในวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๔๕๐  ฝรั่งเศสคืนเมืองตราดให้กับไทย  ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ยุโรป  ทรงมีพระราชโทรเลขกลับมาถึงชาวตราด ดังนี้ ....การที่เจ้าทั้งหลายพลัดพรากจากเรานั้น  เรามีความเสียดายเป็นอันมาก  แต่บัดนี้มีความยินดีนัก ที่เจ้าทั้งหลายได้กลับคืนมา  ในพระราชอาณาจักรของเรา  ซึ่งเราจะเป็นธุระจัดการทะนุบำรุง ให้เจ้าทั้งหลายได้รับความสุขสำราญต่อไปในภายหน้า  เราจะได้มาเยือนเมืองตราด เพื่อเยี่ยมราษฎรชาวตราด ซึ่งเป็นที่ชอบพอและได้เคยพบปะกันมาแต่ก่อน ๆ แล้วนั้นด้วย....
                        ครั้งที่ ๑๒  วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๔๕๐  เสด็จฯ กลับจากยุโรป  ได้เสด็จฯ มาปลอบขวัญชาวเมืองตราดก่อนกลับคืนสู่พระนคร  ทรงขึ้นฝั่งที่บ้านท่าเรือจ้าง และเสด็จฯ ตามถนนเข้าตลาดขวาง  ไปท้ายตลาดใหญ่ พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา  พระวิมลเมธาจารย์อ่านคำถวายพระพรชัยมงคล  มีพระราชดำรัสตอบปลอบขวัญแล้วพระราชทานพระแสงราชศาสตราวุธประจำเมือง  นับเป็นการเสด็จฯ จังหวัดตราด  ครั้งที่ ๑๒  ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายในพระชนม์ชีพ หลังจากนั้นอีก ๓ ปี พระองค์ก็เสด็จสวรรคต
                        ประชาชนชาวตราดจึงน้อมลำลึกถึงพระองค์ท่านที่มีพระเมตตาต่อปวงชนชาวตราด จึงได้ร่วมใจจัดงาน ตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงที่เกาะช้าง ขึ้นเป็นครั้งที่ ๓ โดยจัดให้มีกิจกรรมทำพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ แหล่งน้ำบนยอดเขาธัชกูฎ (น้ำตกธารมะยมชั้นที่ ๒ หรือ ชั้นที่ สามารถทำได้) โดย  ท่านพระครูเจ้าคณะอำเภอเกาะช้าง และคณะสงฆ์นำมาพักไว้ ณ อุโบสถวักวัชคามคชทวีป  และในเวลาเย็นทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.. ๒๕๕๔ จะมีพิธีอัญเชิญน้ำศักดิ์ ด้วยริ้วขบวนเรือมาด นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นางสาว เบญจวรรณ อ่านเปรื่อง เป็นผู้อัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมรับประทาอาหารแบบขันโตก บริเวณลานวัด หน้าเวทีกลาง  การแสดง แสง สี เสียง การแสดง  ของชุมชนและผู้สูงอายุ นิทรรศการตามรอยเสด็จฯ กิจกรรมของชุมชนหรือโรงเรียน และการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๒๒.๐๐ น.

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เชิญร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวงานตกปลาอินทรีทะเลตราด


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด เชิญร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวงานตกปลาอินทรีทะเลตราด ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 9 – 11 ธันวาคม 2554  ณ บริเวณท่าเรือกระโจมไฟแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด

*********************************************************************************************

        จังหวัดตราดเป็นจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเล โดยเฉพาะเกาะช้างและหมู่เกาะต่างๆ ด้วยความโดดเด่น และสวยงามของหาดทราย แนวปะการังน้ำตื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลานาๆ พันธุ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด ร่วมกับ จังหวัดตราด สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวตราด ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ องกรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกำหนดการจัดงาน ตกปลาอินทรีทะเลตราด ครั้งที่ 9 ขึ้น


                  นายวรนิติ์ กายราศ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานตราด กล่าวเพิ่มเติมว่า งานแข่งขันตกปลาอินทรีทะเลตราด ครั้งที่ 9 มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด เพื่อพัฒนากีฬาตกปลาสู่ระดับสากล และเพื่อส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์ท้องทะเล สำหรับสถานที่แข่งขันบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก วันแข่งขันวันศุกร์ที่ 9 ถึง วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2554 สถานที่รับสมัคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด (ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ) รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2554 ค่าสมัคร ทีมละ 3,000 บาท จำนวนนักกีฬาทีมละไม่เกิน 6 คน ผู้ติดตามตนละ 300 บาท ผู้สมัครจะได้รับเสื้อยืด ของที่ระลึก และการเข้าร่วมงานเลี้ยงประกาศผลรางวัล การชำระเงินค่าสมัครโอนเข้าบัญชี ททท. สำนักงานตราดธนาคารกรุงไทย สาขาตราด  บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 206 6 03071 6 และส่งสลิปโอนเงินมาทางโทรสาร หมายเลข039 597255 นักกีฬาจะต้องหาอุปกรณ์มาเอง จัดหาเรือเอง และจะต้องไปลงทะเบียนก่อนการแข่งขันอีกครั้งเพื่อรับธงหมายเลข สูจิบัติ อุปกรปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรับฟังกฎกติกา มารยาท อีกครั้ง ส่วนงานเลี้ยง และพิธีแจกรางวัลจะจัดขึ้นที่ ท่าเรือประมงแหลมงอบ บริเวณหน้า ททท. สำนักงานตราด            ในวันที่ 11 ธันวาคม 2554 เวลา 18.00 – 20.00 น. ประเภทปลาที่ใช้ในการแข่งขัน ปลาอินทรี, ปลากะมงทุกชนิด, ปลาสาก, ปลาสละ, ปลาช่อนทะเล, ปลาโฉมงาม, ปลาแชกำ, ปลาเก๋า ปลากะพงแดง หรือแดงเขี้ยว, อังเกย, ปลาอีโต้มอญ สำหรับรางวัลสำหรับการแข่งขัน ถ้วยรางวัลปลาเกมน้ำหนักสูงสุด 22 รางวัล ถ้วยรางวัลปลาเกมรวมชนิดสูงสุด 3รางวัล (พร้อมเงินรางวัล) โล่รางวัลไต๋เรือดีเด่น 3 รางวัล
(พร้อมเงินรางวัล)ถ้วยรางวัลทีมอนุรักษ์ยอดเยี่ยม 3 รางวัล เป็นต้น
   
   



         นอกจากนี้ สำหรับผู้ติดตามนักกีฬา หรือนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดตราดได้อีกหลายแห่งด้วยกัน อาทิ แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบางพระ แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านสลักเพชร ตลาดชายแดนบ้านหาดเล็ก  อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง  หรือจะเลือกซื้อของฝากผลิตภัณฑ์อาหารทะเล น้ำมันเหลือง งอบน้ำเชี่ยว สุนัขหลังอาน เป็นต้น




สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานตราด โทร 039 597259 60  E- MAIL: tattrat@tat.or.th


วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เปิดโลกทะเลตราด ทัวร์ 6 เกาะ 3 วัน 2 คืน

เปิดโลกทะเลตราด ทัวร์ 6 เกาะ 3 วัน 2 คืน




เปิดโลกทะเลตราด ทัวร์ 6 เกาะ 3 วัน 2 คืน

จองด่วนราคาพิเศษ เฉพาะงานนี้เท่านั้นจ้า
เที่ยว 6 เกาะ ได้แก่ เกาะช้าง หมู่เกาะรัง เกาะนก เกาะยักษ์ เกาะหมาก และเกาะกระดาด วันที่ 18-20 พย. 54 นี้ราคาปกติ 6000 บาท พิเศษ!! ท่านที่จองภายในงานนี้ ราคา 3900 บาท/ท่าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 082-8044040, 085-3967929
จัดโดย สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวและ ททท.สำนักงานตราดจ้า

== โปรแกรม ==
วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2554
11.30 น. พร้อมกันที่สะพานกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ต.แหลมงอบ เช็คชื่อ ขนสัมภาระลงเรือ(กรณีเดินทางจากกรุงเทพฯ-ตราด จะต้องเดินทางออกจากกรุงเทพฯ 06.00 น. เพื่อจะมาให้ทันเรือ)
12.00 น. ออกเดินทาง มุ่งสู่เกาะช้างโดยเรือไม้ขนาดใหญ่ ชมทิวทัศน์ความสวยงามของทะเลตราด พร้อมเพลิดเพลินไปกับการฟังเรื่องราวที่สนุกสนานเกี่ยวกับหมู่เกาะทะเลตราด พร้อมรับประทานอาหารในเรือ
14.00 น. เดินทางถึงฝั่งเกาะช้างด้านสลักคอก นั่งเรือมาดหรือพายเรือคายัคไปยังหมู่บ้านสลักคอก เที่ยวชมป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของเกาะช้างและวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านบนพื้นฐานชีวิตแห่งความพอเพียง
16.30 น. ออกเดินทางจากชุมชนสลักคอกโดยรถยนต์ เข้าสู่ที่พักของสลักเพชรรีสอร์ท ลักษณะเป็นเรือนพักปลูกอยู่ในน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศของท้องทะเล วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
18.30 น. รับประทานอาหารเย็นซีฟู้ดสดๆจากทะเล สังสรรค์ในหมู่คณะ


วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2554
07.30 น. สัมผัสบรรยากาศยามเช้าอันสดชื่น สูด OZONE ให้เต็มปอด เดินเล่นสะพานท่าเทียบเรือ บริเวณที่พักดูการให้อาหารปลาในกระชัง มีขนาดและชื่อเรียกแตกต่างกันไป จิบชา กาแฟ ขนมปังปิ้ง ร้อนๆ
08.00 น. รับประทานอาหารเช้าเป็นข้าวต้มทะเลร้อนๆ หรืออาหารตามเมนูที่ท่านต้องการเตรียมตัวเดินทางสู่เกาะเพื่อดำน้ำ
09:00 น. ลงเรือไม้ขนาดใหญ่ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะรัง ดำน้ำดูปะการังที่เกาะทองหลาง เกาะนก เกาะยักษ์ ซึ่งเป็นจุดที่มีปะการังหลากหลายและมีพันธุ์ปลาชุกชุม แหวกว่ายไปมาเพื่อรอรับอาหารจากมือท่าน ดำน้ำชมปะการังเขากวาง ดอกไม้ทะเลและปลาอินเดียแดง
12:30 น. รับประทานอาหารกลางวันท่ามกลางบรรยากาศของท้องทะเลบริเวณชายหาดศาลเจ้าแม่ ซึ่งมีหาดทรายขาว เม็ดทรายนุ่มเท้า น้ำใสสะอาดดุจกระจก พักผ่อนตามอัธยาศัย ได้เวลาอันสมควรก็เดินทางต่อไปยังเกาะหมาก
14:30 น. เดินทางถึงเกาะหมาก พักที่มากะธานีรีสอร์ท พักผ่อนตามอัธยาศัย
16:00 น. สำหรับท่านที่ยังมีพลังเหลือเฟือ ทางรีสอร์ทจะพาท่านไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เกาะหมาก เรือนไม้โบราณริมทะเลด้านฝั่งอ่าวตานิด ฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชุมชนชาวเกาะหมาก
18:30 น. รับประทานอาหารเย็นที่ห้องอาหารของมากะธานีรีสอร์ท ชมการแสดงการควงไฟ เล่นเกมส์ แจกรางวัล ประมูลของที่ระลึก สังสรรค์ในหมู่คณะ

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2554
08:00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของรีสอร์ท จากนั้นเชิญท่านเดินเลียบชายหาด ชมความสวยงามของอ่าวไอยรา
10:00 น. เดินทางจากเกาะหมากสู่เกาะกระดาดโดยเรือ speed boat
10:30 น. ถึงเกาะกระดาด เที่ยวท่องดินแดนประวัติศาสตร์ ตามรอยเสด็จรัชกาลที่ 5 นั่งรถขนมะพร้าวชมฝูงกวางนับพันตัว ถ่ายรูปกับต้นมะพร้าวเอน
12:00 น. เดินทางกลับสู่ฝั่ง
12:50 น. เดินทางถึงฝั่งแหลมงอบ ด้วยสวัสดิภาพ

ขอเชิญทำบุญเกาะช้างและทำบุญศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง

ขอเชิญร่วมทำบุญใหญ่เกาะช้าง ณ ศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2554  ณ บริเวณศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง
สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ชาวเกาะช้าง ขอเชิญร่วมพิธีตักบาตร (อาหารแห้ง) พระสงฆ์ 108 รูป ตอนเช้าของ วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2554 ณ บริเวณศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง เวลา 7.00-9.30 น. ทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราดใคร่ขอเชิญท่านได้ร่วมบุญเป็นเจ้าภาพจัดพิธีตักบาตรในครั้งนี้ตามแต่ศรัทธาโดยท่านหรือองค์กรของท่านสามารถแจ้งความประสงค์ร่วมเป็นเจ้าภาพได้ อาทิ
1. จัดอาหาร ข้าวสวย กับข้าว ของหวาน/ผลไม้ มาร่วมถวายภัตตาหารเช้า ( 6.30 น. )ณ วัดคลองสน อ.เกาะช้าง
2. รถรับ ส่ง พระสงฆ์ 11 คัน รับพระเวลา 05.00 07.0น. ส่งเวลา 12.00น.
3. ปัจจัย เพื่อร่วมจัด โต๊ะ เก้าอี้ จัดสถานที่ตักบาตร การทำความสะอาดสถานที่ วัสดุเบ็ดเตล็ด เป็นต้น
4. เชิญชวนและ นำพนักงานและเพื่อนบ้านมาร่วมตักบาตร

กำหนดการ
ทำบุญเกาะช้างและทำบุญศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง
วันอาทิตย์ที่  13  พฤศจิกายน 2554
-------------------------------------------------------------------------------
 
6.00น. – 7.00น.          รับพระสงฆ์ จำนวน 108 รูป  มาที่ วัดคลองสน  อ.เกาะช้าง
 7.30น.                          ประชาชน   ถวายภัตตาหารเช้า   พระสงฆ์ 108 รูป   ที่วัดคลองสน  
                                    แขกผู้ใหญ่  ร่วมรับประทานอาหารเช้า  ที่ ศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง
 8.15น.                         เริ่ม พิธีตักบาตรอาหารแห้ง    บริเวณ  ศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง  
                                     ประธานในพิธี  ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด           
8.30 – 9.30น.              ชาวเกาะช้าง ร่วมกัน ตักบาตรอาหารแห้ง     
10.30 -12.00น.            ทำบุญเพล  เกาะช้าง  ณ ศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง 
                                    ถวายภัตาหารเพล พระสงฆ์ 108 รูป
                                    ประธานในพิธี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด

โทรศัพท์ / โทรสาร 039-696474     e-mail: trat09@gmail.com

  ผู้ประสานงานหลัก             1. คุณสมบูรณ์  กาฬบรรจง เจ๊แว่น             084-7788002
                                          2. คุณศิริศักดิ์  สลักเพชร  - ตี๋ สลักเพชร      086-1510442

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

งานวันระกำหวานผลไม้และของดีเมืองตราด


จังหวัดตราด ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และองค์กรภาคประชาชน ได้กำหนดจัดงาน “วันระกำหวาน ผลไม้ และของดีเมืองตราด ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงผลไม้ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม ของจังหวัดตราด เพื่อพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร ส่งเสริมการผลิต และจำหน่ายสินค้าหนึ่ตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
โดยในงานวันแรกช่วงพิธีเปิดจัดให้มีริวขบวนแห่รถยนต์ที่ประดับประดาด้วยผลไม้ ในท้องถิ่นที่งดงาม การประกวดผลผลิตด้านการเกษตร และกิจกรรมด้านการเกษตร การประกวดสุนัขหลังอาน ไก่ชน กิจกรรมด้านการประมง การจำหน่ายสินค้าหนึ่ตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) และการประกวดธิดาระกำหวาน พร้อมมหรสพอื่นๆ อีกมากมาย อย่าลืม วันที่ 13 -15 พ.ค. 2554 ณ สนามหน้าศาลากลาง อ.เมือง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : จังหวัดตราด (039) 523-320, 511282, ททท. สำนักงานตราด โทร. (039) 597 259 – 60 e-mail : tattrat@tat.or.th

MOOTAT: เทศกาลผลไม้และของดีเกาะช้าง

MOOTAT: เทศกาลผลไม้และของดีเกาะช้าง

เทศกาลผลไม้และของดีเกาะช้าง



ด้วยเกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากจังหวัดภูเก็ต ดังนั้นพื้นที่บนเกาะจึงมีมาก รวมทั้งชายหาดที่สวยงาม เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างๆประเทศ
แต่อาชพที่สำคัญอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการรองรับนักท่องเที่ยว ทำประมง ก็คืออาชีพทำสวนผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนพันธ์ชะนีหรือเรียกกันโดยทั่วๆไปว่า “ทุเรียนเกาะช้าง” ที่มีรสชาด อร่อยไม่เหมือนทุเรียนที่ไหน คือ ทุเรียนที่นี่จะมีความเค็มผสมอยู่ในเนื้อทุเรียนเล็กน้อย นอกจากนี้ก็ยังมีการตรวจเนื้อ ของทุเรียนเกาะช้างพบว่า มีสารไอโอดีนผสมอยู่ในเนื้อของทุเรียนจริง ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร และจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร อำเภอเกาะช้างจึงได้จัดงานนี้ขึ้นมา ภายในงานนอกจากท่านสามารถเลือกซื้อสินค้า ทางการเกษตรแล้ว ยังมีการจำหน่ายสินค้าหนึ่ตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) สินค้าทางการประมง การแสดงบนเวทีพร้อมมหรสพอื่นๆ อีกมากมาย ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเกาะช้าง วันที่ 30 เม.ย. - 2 พ.ค.2554 สอบถาม : อำเภอเกาะช้าง (039) 586-101, ททท. สำนักงานตราด โทร. (039) 597 259 – 60 e-mail : tattrat@tat.or.th

เทศกาลผลไม้และของดีเกาะช้าง


ด้วยเกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากจังหวัดภูเก็ต ดังนั้นพื้นที่บนเกาะจึงมีมาก รวมทั้งชายหาดที่สวยงาม เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างๆประเทศ

แต่อาชีพที่สำคัญอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการรองรับนักท่องเที่ยว ทำประมง ก็คืออาชีพทำสวนผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนพันธ์ชะนีหรือเรียกกันโดยทั่วๆไปว่า “ทุเรียนเกาะช้าง” ที่มีรสชาด อร่อยไม่เหมือนทุเรียนที่ไหน คือ ทุเรียนที่นี่จะมีความเค็มผสมอยู่ในเนื้อทุเรียนเล็กน้อย นอกจากนี้ก็ยังมีการตรวจเนื้อ ของทุเรียนเกาะช้างพบว่า มีสารไอโอดีนผสมอยู่ในเนื้อของทุเรียนจริง ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร และจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร อำเภอเกาะช้างจึงได้จัดงานนี้ขึ้นมา ภายในงานนอกจากท่านสามารถเลือกซื้อสินค้า ทางการเกษตรแล้ว ยังมีการจำหน่ายสินค้าหนึ่ตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) สินค้าทางการประมง การแสดงบนเวทีพร้อมมหรสพอื่นๆ อีกมากมาย ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเกาะช้าง วันที่ 30 เม.ย. - 2 พ.ค. 2554

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : อำเภอเกาะช้าง (039) 586-101, ททท. สำนักงานตราด โทร. (039) 597 259 – 60 e-mail : tattrat@tat.or.th

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554

การแข่งขัน ตกปลานานาชาติประจำภูมิภาคเอเซียหมู่เกาะช้างครั้งที่ 2

ขอเชิญร่วมการแข่งขัน ตกปลานานาชาติประจำภูมิภาคเอเซียหมู่เกาะช้างครั้งที่ 2
(Koh Chang International Sustainable Fishing Cup – Asia March 11-13, 2011)
วันที่ 11 - 13 มีนาคม 2554 ณ หมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด ขอเชิญร่วมการแข่งขัน “ตกปลานานาชาติประจำภูมิภาคเอเซีย หมู่เกาะช้างครั้งที่ 2” วันที่ 11 – 13 มีนาคม พ.ศ. 2554 จัดโดย จังหวัดตราดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) สำนักงานพื้นพิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยงที 1 ( สพพ.1) ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด หน่วยงานประมงจังหวัดตราด ทหารเรือ อุทยานแห่งชาติ เจ้าท่าภูมิภาคที่6 สาขาตราด อบต.เกาะช้างใต้ อำเภอเกาะช้าง ประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด world sport fishing federation มูลนิธิ ICEF sea hunter tour เกาะหวายปะการัง Amari เกาะช้าง คชารีสอร์ท Kc grand. และ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด โดยจะมีพิธีเปิดงานที่ ท่าเทียบเรือแหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด และพิธีปิดงานที่ เกาะหวาย จังหวัดตราด


นายวรนิติ์ กายราศ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด กล่าวว่า การแข่งขันตกปลานานาชาติประจำภูมิภาคเอเซีย หมู่เกาะช้างได้จัดขึ้นมาเป็นครั้งที่ 2 และยังเป็นจัดงานงานตกปลารูปแบบใหม่ เพื่อให้เป็นการตกปลาเชิงอนุรักษ์ คือ กิจกรรมนี้เป็นการตกปลาทะเลที่จะต้องปฏิบัติตามกติกาที่ได้ระบุชนิดของปลาที่ตกได้ และเมื่อได้ปลาผู้ตกจะต้องรักษาปลาให้ยังมีชีวิตอยู่ ต่อจากนั้นนักตกปลาจะส่งมอบปลาในวันตัดสิน ให้กับกรรมการ (หน่วยงานประมงจังหวัดตราด) รับปลาไปชั่งน้ำหนัก จดทะเบียน เพื่อการตัดสินแพ้ชนะ จากนั้นจึงนำไปปล่อยลงบ่ออนุบาลเลี้ยงดูให้ได้ขนาดและทำการเพาะพันธุ์ปลาปล่อยคืนสู่ทะเลต่อไป การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ปลาหายากในท้องทะเลตราด สำหรับปลาเกมส์มีชีวิตจะมี 9 ชนิดพันธุ์ปลา และจะต้องมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่าที่ระบุ คือ 1. Grouper (ปลาเก๋า) 4 kg and up 2. Golden Snapper (ปลาอังเกย) 3 kg and up 3. Mangrove red snapper (ปลากะพงแดง) 3 kg and up 4. Red Snapper (ปลากะพงแดงเขี้ยว) 3 kg and up 5. Slender Trevally (ปลาแชกำ) 4 kg and up 6. Golden trevally (ปลาตะคองเหลือง,ตะคองลาย) 3 kg and up 7. African Pompanp (ปลาโฉมงาม) 3 kg and up 8. Cobia (ปลาช่อนทะเล) 3 kg and up 9. Blue-Spotted Sea Bass or Grouper Blue spot (ปลากะรังแดงจุดฟ้า) 3 kg and up จึงจะเข้าข่ายการแข่งขัน และที่พิเศษสุดสำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันหากทำลายสถิติ น้ำหนักปลาใหญ่ที่สุด ที่ เคยมีนักกีฬาตกปลา ตกได้ที่ท้องทะเล จ.ตราด เกิน 17.5 kg จะเป็นผู้สร้างสถิติใหม่ และรับเงินรางวัลสูงถึง 1,000 USD จาก World Sport Fishing Federation อีกด้วย



นายวรนิติ์ กายราศ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผู้สมัครต้อง load ใบสมัครจาก web WeekendHobby.Com เท่านั้น แล้วส่ง ใบสมัคร, เอกสารการชำระเงิน, เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรประชาชน/passport) ทาง FAX ได้ที่ คุณอุดมพร ภายในวันที่ 28 ก.พ. 54 สำหรับค่าสมัคร 4,000บ./ทีม/8คน รายได้จากค่าสมัคร หักค่าใช้จ่าย เหลือ 3,000 บาท./ทีม จะนำไปสมทบทุนสร้างปะการังเทียมในทะเลตราด เพื่อทดแทนปะการังที่ตายไป (ฟอกชาว) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดเป็นการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) นอกจากนี้ ผู้ติดตามนักกีฬา นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถชื่นชมความงามของท้องทะเลตราด หมู่เกาะต่างๆ ทั้ง 52 เกาะ โดยเฉพาะที่เกาะหมาก ซึ่งแม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ แต่ก็มีเรื่องราวของผู้คนบนเกาะนี้ยาวนานมากว่าร้อยปี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่ทรงยก จ.พระตะบอง จ.ศรีโสภณ และ จ.เสียมราฐ ให้กับประเทศฝรั่งเศส และย้ายผู้คน บางส่วนให้มาอยู่ที่เกาะนี้ รวมทั้งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตชุมชน และธรรมชาติที่สวยงามไว้รอคอยให้นักท่องเที่ยวได้มาแสวงหาความรู้ ความสุข และเกิดความประทับใจ ททท. สำนักงานตราด จึงขอแนะนำให้ทุกท่านเดินทางไปสัมผัสเรื่องราว ความเป็นไทยบนเกาะหมาก


สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด โทรศัพท์ (039) 597 259 – 60, e-mail : tattrat@tat.or.th : Tel. 1672, http://www.trat.go.th/ : สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด โทร. (039) 696 – 474 : ส่งใบสมัคร ได้ที่ คุณอุดมพร โทร. 084 – 778 2234 หรือ คุณ ชนบท โทร. 082 – 461 0101, e-mail: udomporn1275@yahoo.com และเปิดดูรายละเอียดที่ http://www.weekendhobby.com/,