ขอเชิญร่วมงาน ”ตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงที่เกาะช้าง” ครั้งที่ ๓
วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ณ
วัดคชครามคขทวีป อ.เกาะช้าง จ.ตราด
“ซึ่งเจ้าทั้งหลายคิดเห็นว่าเราเหมือนบิดาที่พลัดพรากจากบุตรจึงรีบมาหานั้น
เป็นความคิดอันถูกต้องแท้
ขอให้เชื่ออยู่ในใจเสมอไปในเบื้องหน้า
ดังเช่นที่คิดเห็นในครั้งนี้ว่า
เราคงจะเป็นเหมือนบิดาของเจ้าเสมอตลอดไป
ย่อมยินดีด้วยในเวลามีความสุข
และจะช่วยปลดเปลื้องอันตรายในเวลามีภัยได้ทุกข์...”
ครั้งที่ ๑ เดือนพฤศจิกายน –
ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๑๖ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
เป็นผู้ตามเสด็จฯ น้ำตกธารมะยม เกาะช้าง และเกาะกระดาดทางฝั่งตะวันตก
ในช่วงนี้น้ำตกธารมะยมงามมาก
ครั้งที่
๒ ต้นเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๑๙
เสด็จฯ เกาะช้าง มีพระราชนิพนธ์เล่าว่าเกาะนี้เสือชุมนัก
เสด็จขึ้นพลับพลาที่บ้านคลองนนทรี
พักผ่อนอิริยาบถแล้วเสด็จปีนเขาเพื่อทอดพระเนตรน้ำพุคลองมะยม
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ทำกองศิลาด้วยทรงอนุสรณ์ให้ทราบว่าได้เสด็จฯ
มาถึงที่นี้ถึงสองคราว จากนั้นเสด็จฯ
เกาะกระดาด ทรงพระสำราญกับการเดินป่า
มีพระราชหัตถเลขาว่าที่นี่มีกวางและเนื้อทรายชุกชุมมาก
ครั้งที่
๓ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๓
สันนิษฐานว่าเป็นการเสด็จเพื่อทรงรำลึกถึงพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีที่เสด็จทิวงคต เพื่ออนุสรณ์ถึงเหตุการณ์ที่เคยเสด็จฯ
ชายทะเลด้วยกัน
เสด็จไปที่น้ำตกธารมะยม
เกาะช้าง และเกาะกระดาด
ครั้งที่
๔ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๔
เสด็จฯ เกาะกงไปทอดพระเนตรวัดคงคาราม หรือวัดเกาะปอ เสด็จกลับเกาะกระดาด
เกาะช้าง และเข้าไปตามอ่าวสลักเพชร
นายติ้น หลวงสลักเพชรพัฒนกิจ กราบถวายรายงาน วันรุ่งขึ้น เสด็จฯ ประทับ ณ ตัวเมืองตราด เสด็จฯ ตามเส้นทางคลองบางพระขึ้นทอดพระเนตรบ้านเรือนราษฎร
ทรงซื้อผ้าและพระราชทานผ้าแก่ผู้ตามเสด็จฯ
นับเป็นครั้งแรกที่เสด็จฯ เยือนตัวเมืองตราด
ครั้งที่ ๕ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๒๕
เสด็จฯ เกาะช้าง จอดเรือบรรทมที่คลองพร้าวและอ่าวสลักเพชร
จากนั้นเสด็จไปเกาะหมากและเกาะกระดาด
ครั้งที่
๖ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๔๒๖
การเสด็จฯ ครั้งนี้มีพระราชประสงค์เพื่อพักพระราชภารกิจ
หลังจากทรงหายจากอาการประชวร
มีสมเด็จพระศรีพัชรินทราพระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาพระบรมราชเทวี
และข้าราชบริพารฝ่ายในตามเสด็จฯ น้ำตกธารมะยม บ้านหลวงสลักเพชร จากนั้นเสด็จฯ ไปเกาะหมาก และเกาะกระดาด
ครั้งที่
๗ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๗
เสด็จฯ เกาะช้าง ราษฎรบ้านสลักคอก
ขอพระบรมราชานุญาตให้ประทับรอยพระบาทสร้างพระอุโบสถ พระราชทานชื่อวัดว่า วัชคามคชทวีป
เสด็จฯ ไปยังน้ำตกธารมะยม
ทรงโปรดให้จารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ๑๒๔๖ ไว้เป็นครั้งแรก รุ่งเช้าเสด็จฯ ไปที่แหลมงอบ
และในปีนี้ได้พระราชทานพระบรมสาทิสลักษณ์ทรงเครื่องต้นให้กับตราด
ปัจจุบันพระบรมสาทิสลักษณ์นี้ประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑ์วัดบุปผาราม
ครั้งที่
๘ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๐
เสด็จฯ เกาะกระดาด เกาะกูด เกาะช้าง
น้ำตกธารมะยม
ทรงลุยน้ำในลำธารข้ามแก่ง
พระราชทานนามว่า “แก่งทรงลุย” รุ่งเช้าเสด็จฯ เมืองตราด ถวายผ้าพระกฐินที่วัดบุรินทรประดิษฐ์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ตั้งวิทยาลัยสารพัดช่างตราด ส่วนพระประธานวัดบุรินทรฯ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ ศาลาการเปรียญวัดแหลมงอบ
ครั้งที่
๙ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๓๒
เสด็จฯ เกาะช้าง เกาะกระดาด ที่ลำธารน้ำตกธารมะยม ทรงโปรดต้นเฟิร์น กล้วยไม้
และช้างนาว
ที่ออกดอกเหลืองอร่าม เสด็จฯ
ถึงยอดเขาน้ำตกธารมะยม
โปรดให้ผูกผ้าทำธงพระราชทานชื่อยอดเขาว่า
ธัชกูฏ
ครั้งที่
๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๓
เสด็จฯ น้ำตกธารมะยม เกาะช้าง เกาะกระดาด
และแหลมงอบ ทอดพระเนตรโรงทหาร และวัดสุวรรณาเขต ชาวบ้านเรียก
“วัดแหลมงอบ”
พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา
ครั้งที่
๑๑ วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๔
เสด็จฯ เกาะช้าง เกาะกูด ต่อมาเสด็จฯ เมืองตราด เมืองจันทบุรี หลังจากเสด็จครั้งนี้แล้ว อีก ๒ ปีต่อมา
เมืองตราดก็ตกเป็นของฝรั่งเศส...
“ด้วยความโทมมนัสตรอมตรมในพระราชหฤทัย..ยิ่งนักทำให้ล้นเกล้าพระปิยะมหาราชว่างเว้นการเสด็จเยือนเมืองตราดนานถึง
6 ปี” ซึ่งฝรั่งเศสเข้ายึดครองแผ่นดินตราด เมื่อ ๓๐ ธันวาคม ๒๔๔๗ ห้วงเวลานั้น
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มิได้นิ่งนอนพระหฤทัยกับทรงดำเนินวิเทโศบาย
นำเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ แลกเมืองตราดกลับคืนมา ตามหนังสือสัญญา เมื่อ ๒๓ มีนาคม ๒๔๔๙ และในวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๔๕๐ ฝรั่งเศสคืนเมืองตราดให้กับไทย ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จฯ ยุโรป
ทรงมีพระราชโทรเลขกลับมาถึงชาวตราด ดังนี้ ....การที่เจ้าทั้งหลายพลัดพรากจากเรานั้น เรามีความเสียดายเป็นอันมาก แต่บัดนี้มีความยินดีนัก
ที่เจ้าทั้งหลายได้กลับคืนมา
ในพระราชอาณาจักรของเรา ซึ่งเราจะเป็นธุระจัดการทะนุบำรุง
ให้เจ้าทั้งหลายได้รับความสุขสำราญต่อไปในภายหน้า
เราจะได้มาเยือนเมืองตราด เพื่อเยี่ยมราษฎรชาวตราด
ซึ่งเป็นที่ชอบพอและได้เคยพบปะกันมาแต่ก่อน ๆ แล้วนั้นด้วย....
ครั้งที่
๑๒ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๐
เสด็จฯ กลับจากยุโรป ได้เสด็จฯ
มาปลอบขวัญชาวเมืองตราดก่อนกลับคืนสู่พระนคร
ทรงขึ้นฝั่งที่บ้านท่าเรือจ้าง และเสด็จฯ ตามถนนเข้าตลาดขวาง ไปท้ายตลาดใหญ่ พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา พระวิมลเมธาจารย์อ่านคำถวายพระพรชัยมงคล
มีพระราชดำรัสตอบปลอบขวัญแล้วพระราชทานพระแสงราชศาสตราวุธประจำเมือง นับเป็นการเสด็จฯ จังหวัดตราด ครั้งที่ ๑๒
ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายในพระชนม์ชีพ หลังจากนั้นอีก ๓ ปี
พระองค์ก็เสด็จสวรรคต
ประชาชนชาวตราดจึงน้อมลำลึกถึงพระองค์ท่านที่มีพระเมตตาต่อปวงชนชาวตราด
จึงได้ร่วมใจจัดงาน ”ตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงที่เกาะช้าง” ขึ้นเป็นครั้งที่ ๓ โดยจัดให้มีกิจกรรมทำพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์
ณ แหล่งน้ำบนยอดเขาธัชกูฎ (น้ำตกธารมะยมชั้นที่ ๒ หรือ ชั้นที่ สามารถทำได้) โดย ท่านพระครูเจ้าคณะอำเภอเกาะช้าง
และคณะสงฆ์นำมาพักไว้ ณ อุโบสถวักวัชคามคชทวีป และในเวลาเย็นทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ จะมีพิธีอัญเชิญน้ำศักดิ์ ด้วยริ้วขบวนเรือมาด
นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นางสาว เบญจวรรณ อ่านเปรื่อง เป็นผู้อัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมรับประทาอาหารแบบขันโตก บริเวณลานวัด หน้าเวทีกลาง การแสดง แสง สี เสียง การแสดง ของชุมชนและผู้สูงอายุ
นิทรรศการตามรอยเสด็จฯ กิจกรรมของชุมชนหรือโรงเรียน และการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ตั้งแต่เวลา
๐๙.๐๐ – ๒๒.๐๐ น.




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น